ซีรีส์คำเหมื๊อนเหมือน ลักษณนามชวนงง ตอน: 次, 遍 และ 趟??

895
SHARE

สวัสดีค่ะแฟนเพจของสุ่ยหลิน^^ ต้องเล่าก่อนว่าลักษณนามในภาษาจีนมีเยอะมากค่ะ พอๆ กับภาษาไทย สุ่ยหลินเคยอ่านเจอว่ามีเป็นร้อยตัว ซึ่งจริงๆ ก็ไม่ต่างกับภาษาไทยเพราะลักษณนามในภาษาไทยก็มีเยอะเหมือนกัน แต่ก่อนที่สุ่ยหลินจะเล่าถึงความต่างของ 次, 遍 และ 趟 ต้องขอเท้าความสักหน่อยเพื่อให้แฟนเพจเข้าใจเรื่องลักษณนามมากขึ้นนะจ๊ะ

ลักษณนามหรือ 量词 ในภาษาจีนมีอยู่ 2 ชนิดคือ ลักษณนามของคำนาม 名量词 และ ลักษณนามของคำกริยา 动量词

名量词 คือลักษณนามที่ใช้ร่วมกับคำนาม จะมีโครงสร้างคือ
จำนวน + ลักษณนาม + คำนาม

เช่น
一本书 [yī běn shū] หนังสือ 1 เล่ม
两只猫 [liǎng zhī māo] แมว 2 ตัว
三个人 [sān gè rén] คน 3 คน

ส่วน 动量词 ก็คือลักษณนามที่ใช้ร่วมกับคำกริยา จะมีโครงสร้างการคือ
คำกริยา + (了) + จำนวน + ลักษณนาม
*สามารถเติม 了 ไว้หลังกริยาได้เพื่อบอกว่ากริยานั้นเกิดขึ้นแล้ว

เช่น
去一次 [qù yī cì] ไป 1 ครั้ง
读一遍 [dú yī biàn] อ่าน 1 รอบ
来了一趟 [láile yī tàng] มาแล้ว 1 รอบ

ลักษณนามที่ใช้กับคำกริยานี่แหละตัวดี เพราะบางตัวบางครั้งใช้แทนกันได้ แต่บางครั้งก็ใช้แทนไม่ได้เพราะความหมายผิดกัน แถมเราก็ชอบใช้สับสน โพสนี้เรามาเรียนรู้ความแตกต่างและการใช้ของคำเหล่านี้กันในเรื่อง 次, 遍 และ 趟 กับสุ่ยหลินนะคะ

次, 遍 และ 趟 ทั้งหมดเป็น 动量词 คือเป็นลักษณนามเพื่อนับจำนวนครั้งของกริยาแต่ว่าความหมายและลักษณะการใช้ไม่เหมือนกันนะจ๊ะ โดยเริ่มจาก

[cì]

ใช้นับจำนวนครั้งที่เกิดขึ้นของกริยาหรือการกระทำ เช่น
去了一北京
qùle yī cì Běijīng
ไปปักกิ่งมาแล้ว 1 ครั้ง

穿了两
chuānle liǎng cì
ใส่แล้ว 2 ครั้ง

试了三
shìle sān cì
ลองแล้ว 3 ครั้ง

 

[biàn]

ใช้นับจำนวนครั้งที่ของกริยาหรือการกระทำเช่นกัน แต่เน้นว่ากริยาหรือการกระทำนั้นต้องดำเนินการตั้งแต่ต้นจบจน เราจึงจะใช้ 遍 ได้

看三
kàn sān biàn
ดู/อ่าน 3 รอบ

写了一
xiěle yī biàn
เขียนแล้ว 1 รอบ

洗两
xǐ liǎng biàn le
ซัก/ล้าง 2 รอบแล้ว

 

[tàng]

ใช้นับจำนวนครั้งที่ของกริยาหรือการกระทำที่มีการเคลื่อนที่ไปและกลับ

来了两
láile liǎng tàng
มาแล้ว 2 หน

跑了三
pǎole sān tàng
วิ่งไปแล้ว 3 เที่ยว

去了昆明
qùle tàng Kūnmíng
ไปคุนหมิงแล้ว 1 หน

 

ใช้แทนกันได้ไหม?

次 กับ 遍 มีส่วนทับซ้อนได้อยู่ และ 次 และ 趟 ก็มีส่วนทับซ้อนเช่นกัน
การที่จะบอกว่าใช้แทนกันได้หรือไม่ ต้องดูที่ความหมายเป็นหลัก ถ้าทั้งสองใช้แทนกันแล้วสื่อความหมายที่ไม่ทำให้เข้าใจผิด ก็ถือว่าแทนกันได้ แต่ถ้าในกรณีที่ใช้แล้วสื่อความหมายไม่เหมือนกันก็ใช้แทนกันไม่ได้นะคะ

กับ

这部电影我看了两
Zhè bù diànyǐng wǒ kànle liǎng cì.
หนังเรื่องนี้ ฉันดูแล้วสองครั้ง

这部电影我看了两
Zhè bù diànyǐng wǒ kànle liǎng biàn.
หนังเรื่องนี้ ฉันดูแล้วสองรอบ

จาก 2 ประโยคบน ถ้าประโยคที่ใช้ 次 ก็เป็นการดูหนังจนจบเรื่อง ก็มีความหมายเท่ากับประโยคที่ใช้ 遍 นะคะ

แต่ถ้าเอาแบบแกะรายละเอียด
บอกจำนวนครั้งที่เกิดขึ้นของกริยา 看 ว่าเกิดขึ้น 2 ครั้ง
(แต่ไม่ได้บอกว่า กริยา 看 นั้นดำเนินไปตั้งแต่ต้นจนจบหรือไม่ – ดูหนังจบหรือไม่)

บอกจำนวนครั้งที่เกิดขึ้นของกริยา 看 ว่าเกิดขึ้น 2 รอบ จากเริ่มต้นจนจบ ดูครบทั้งเรื่อง

งั้นเรามาลองดูประโยคนี้เพื่อแยกแยะความแตกต่างกันค่ะ

这部电影我看了两才看完一
Zhè bù diànyǐng wǒ kànle liǎng cì cái kàn wán yī biàn.
หนังเรื่องนี้ฉันดู 2 ครั้ง ถึงจะดูจบ 1 รอบ

ยิ่งถ้ามีคำที่เน้นว่ากริยานั้นดำเนินตั้งแต่ต้นจนจบ เช่น “从头到尾” ตั้งแต่ต้นจนจบ หรือ “全部经过”  หรือ “整个” ทั้งหมด ยิ่งเป็นการบอกว่าลักษณนามของกริยานั้นเหมาะสมอย่างยิ่งกับ 遍

他把信从头到尾读了两
Tā bǎ xìn cóngtóudàowěi dúle liǎng biàn.
เขาอ่านจดหมายตั้งแต่ต้นจนจบ 2 รอบ

他把事情全部经过说了一
Tā bǎ shìqíng quánbù jīngguò shuōle yībiàn.
เขาเล่าเรื่องราวทั้งหมดมาแล้ว 1 รอบ

และ

มีส่วนทับซ้อนกันมาก ในบางครั้งจึงแยกความแตกต่างไม่ออก ซึ่งก็หมายถึงมันใช้แทนกันได้ค่ะ

这个月,我去了三北京了。
Zhège yuè, wǒ qùle sān cì Běijīng le.
เดือนนี้ฉันไปที่ปักกิ่งแล้วสามครั้ง

这个月,我去了三北京了。
Zhège yuè, wǒ qùle sān tàng Běijīng le.
เดือนนี้ฉันไปที่ปักกิ่งแล้วสามรอบ

แต่ถ้าผู้พูดต้องการเน้นการเกิดขึ้นซ้ำของการเคลื่อนที่ไปกลับ ก็ควรจะใช้ 趟
กริยาที่ใช้กับ 趟 ได้นั้นก็ต้องเป็นกริยาที่มีการเคลื่อนที่เท่านั้น เช่น
来、去、跑、走 หรือกริยาที่บอกทิศทางอื่นๆ

他妈妈住院了,他每天都要往医院跑好几
Tā māma zhùyuàn le, tā měitiān dōu yào wǎng yīyuàn pǎo hǎojǐ tàng.
แม่ของเขาเข้าโรงพยาบาล ทุกวันเขาต้องไปโรงพยาบาลหลายรอบ

แต่ถึงแม้เป็นกริยาที่มีการเคลื่อนที่ จะใช้ 趟 ได้ ต้องมีการเคลื่อนที่ไปและกลับนะคะ ถึงจะเข้าคอนเซปต์

他来了两趟信了,我一也没回过。X
Tā láile liǎng tàng xìn le, wǒ yī tàng yě méi huíguò.
他来了两次信了,我一也没回过。
Tā láile liǎng cì xìn le, wǒ yī cì yě méi huíguò.
เข้าส่งจดหมายมา 2 ครั้งแล้ว ฉันก็ยังไม่ได้ตอบกลับสักครั้ง

ในประโยคนี้ 来 เป็นกริยาที่มีการเคลื่อนที่ก็จริง แต่ 信 จดหมายเมื่อส่งถึงปลายทางก็ไม่มีการส่งจดหมายฉบับเดิมกลับ (ยกเว้นจ่าหน้าซองผิดอ่ะนะ) จึงไม่ใช่การเคลื่อนที่ไปและกลับ ดังนั้นจึงใช้ 趟 ไม่ได้

จบแล้วค่า!! หวังว่าคงมองเห็นความแตกต่างของ 次 VS 遍 VS 趟 กันบ้างนะคะ แล้วพบกันไหมในโพสต่อไปค่ะ^^

สุ่ยหลิน^^