เรื่องของพัด 扇子 สำคัญขนาดไหนนะ??

2381
SHARE

สวัสดีค่ะแฟนเพจที่น่ารักของสุ่ยหลิน^^ วันนี้สุ่ยหลินกลับมาพร้อมด้วยเรื่องสาระนอกตำราค่ะ ถือว่าเป็นอีกครั้งที่เนื้อหาดูเผินๆ เหมือนจะไม่มีอะไร แต่จริงๆ แล้วมีค่ะ!! อิ อิ โดยเนื้อหาเก็บตกมาจากคลาสพูดของสุ่ยหลินและหย่าชิงในครั้งแรกค่ะ  นั่นก็คือเรื่องของ 扇子 “พัด” นั่นเอง

พัดในปัจจุบันนี้คนจีนก็ใช้เพียงแค่คลายร้อนในบางครั้งคราวที่ไม่มีแอร์หรือพัดลมช่วยดับร้อน หรือประดับตกแต่งเพราะดูว่าสวยดี ดูเท่ๆ ดี แค่นั้น แต่สมัยก่อนไม่ใช่นะคะ พัดสื่อได้สารพัดอย่างตั้งแต่สถานะทางสังคม ชนชั้น แบ่งชายแบ่งหญิง บอกความเป้าหมายในชีวิต ยันไปถึงบอกเลิกสัมพันธ์เลยนะ!

เรื่องราวของพัดจะเป็นยังไง ติดตามได้ในสุ่ยหลินนอกกะลากับเรื่องของพัด สำคัญขนาดไหนนะ?? ในโพสนี้ได้เลยค่ะ

ประวัติศาสตร์แห่งพัด

ย้อนอดีตกันไป คนจีนถือว่าพัดถูกคิดค้นครั้งแรกตั้งแต่ 4,200 ปีก่อน โดยฮ่องเต้ 舜帝 [Shùn dì] พัดที่ถูกคิดค้นขึ้นมาครั้งแรกสมัยนั้นไม่ได้มีหน้าตาสวยๆเหมือนพัดสมัยนี้เลย แต่มีหน้าเหมือนปังตอมากกว่านะ

古代扇子
古代扇子

พัดในยุคแรกทำมาจากไม้ไผ่สานค่ะ ซึ่งคนจีนเคลมว่าพัดกำเนิดขึ้นที่จีนเป็นครั้งแรก หลังจากนั้นก็ถูกแพร่หลายไปยังญี่ปุ่นและฝรั่งตะวันตกด้วย อย่างยุคสมัยสมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรียแห่งสหราชอาณาจักรที่นิยมถือพัด ก็ได้รับการเผยแพร่ไปจากเมืองจีนนี่แหละจ้า

 

พัดมีกี่ประเภทกันแน่? และพัดแต่ละประเภทแตกต่างกันยังไง?

เอาจริงจังคือแบ่งได้ 3 ประเภทค่ะ ได้แก่

1. 折扇 [zhéshàn] พัดพับ เป็นลักษณะเหมือนพัดที่จอมยุทธ์จีนในหนังใช้กันค่ะ กางได้ พับได้ อันนี้เราคนไทยคุ้นตากันดี เห็นกันบ่อยๆ นะ ปกติแล้วในสมัยก่อนผู้ชายจะเป็นคนใช้พัดลักษณะนี้ค่ะ

"<yoastmark2. 团扇 [tuánshàn] พัดกลมหรือมีลักษณะเกือบกลม พับไม่ได้ แบบนี้เราเห็นน้อยหน่อย แต่ก็ยังพอเห็นบ้างในหนังในละคร พัดชนิดนี้ผู้หญิงจะเป็นคนใช้ค่ะ

"<yoastmark3. 羽扇 [yǔshàn] พัดขนนก ใครนึกหน้าตาพัดแบบนี้ไม่ออก ก็นี่เลยพัดที่ขงเบ้งใช้ในหนังสามก๊กนั่นเอง 孔明扇 [kǒngmíng shàn]  พัดนี้นอกจากขงเบ้งใช้แล้ว คนใช้ก็จะออกแนวเป็นผู้ทรงภูมิปัญญา เป็นเสนาธิการ นักวางแผน ฯลฯ

"<yoastmark

 

พัดในสมัยก่อนบอกถึงอะไรได้บ้าง?

บอกเยอะเลยค่ะ เช่นบอกว่ามีการศึกษาหรือไม่ บอกความมั่งคั่งร่ำรวยและบอกศักดินากลายๆ ถ้าเป็นพัดจีบแบบผู้ชายถือ คนที่ถือพัดแบบนี้ต้องเป็นคนมีการศึกษามีความรู้ ซึ่งคนยากไร้ชาวไร่ชาวนาเค้าไม่ถือกันค่ะ เพราะต้องทำมาหากินกันหน้าตั้ง เอาเวลาที่ไหนไปโบกพัด ส่วนพัดกลมคนที่จะถือพัดแบบนี้ได้ก็ต้องเป็นระดับนางใน เป็นเจ้าหญิง เป็นเชื้อพระวงศ์หรือลูกสาวขุนนางระดับสูง หญิงชาวบ้านร้านตลาดไม่มีสิทธิถือนะคะ

 

ตกลงคนจีนสมัยก่อน เอาพัดไว้ใช้ทำอะไรกันแน่นะ?

ประโยชน์ของพัดสมัยก่อนมี 3 อย่างหลักๆ เลยค่ะคือ

  1. ไว้บังแดด ไว้พัดคลายร้อน
  2. ไว้บอกสถานะทางสังคมของผู้ถือว่าเป็นใคร ลูกท่านหลานเธอหรืออะไร พ่อใหญ่แค่ไหน อะไรยังไง
  3. ไว้บอกความรู้สึกนึกคิดของตัวเอง

ข้อนี้สุ่ยหลินต้องขยายความหน่อยว่า สมัยก่อนเจ้าของพัดส่วนใหญ่จะเป็นคนทำพัดเองนะคะ ไม่ใช่ว่าอยากได้อะไรก็ไปซื้อเอาที่ 7-11 ดังนั้นพัดจึงเป็นสิ่งบ่งบอกตัวตนของเจ้าของพัด รวมไปถึงจุดยืน ความคิด ความเชื่อต่างๆ ถ้าเจ้าของพัดเรียนหนังสือมาดี เรียนสูง เรียนเก่งก็อาจจะแต่งกลอนที่เป็น motto ประจำใจแล้วเขียนลงไปบนพัด (เช่น สู้เพื่อแม่ อิอิ)  หรือถ้าวาดรูปเก่ง วาดสวย หรือเขียนอักษรจีนได้สวยงามก็เขียนลงไปสิจ๊ะ เพราะเวลาเอาพัดออกมาใช้โชว์คนอื่น คนอื่นก็จะได้อู้หูว์ว่าพัดสวยจัง ไม่ธรรมดาเลยนะ หรือกลอน กวีไพเราะเหลือเกิน แต่งเองหรือคุณพี่หมื่น ฯลฯ ดังนั้นพัดจึงสามารถบอกความรู้สึกนึกคิดของตัวเจ้าของพัดได้ด้วยประการละฉะนี้ค่ะ

 

ลักษณะท่าทางในการใช้พัด

นอกจากว่าประโยชน์ในการคลายร้อน ลักษณะท่าทางการใช้พัดยังน่าสนใจอีกด้วยค่ะ สุ่ยหลินเห็นว่าสนุกดีก็เลยขอเล่าให้ฟังเป็นน้ำจิ้มนะจ๊ะ หลักฐานวิชาการตรงนี้ไม่มีเพราะฟังเค้าเล่ามาอีกที แหะๆ

ดรุณีน้อย นอกจากจะพัดเพื่อคลายร้อน ยังสามารถเอาพัดมาบังเสี้ยวหน้าเพื่อกลบความเอียงอาย ไม่ให้ชายหนุ่มเห็นตนเองขณะยิ้มหรือหัวเราะ เดี๋ยวจะเสียกริยานะ เพราะผู้หญิงผู้ดีสมัยก่อนห้ามหัวเราะร่าเห็นฟัน TT (สุ่ยหลินตกกระป๋องทันที)
บัณฑิตหนุ่ม จะพัดช้าๆแบบใช้ข้อมือนิดๆ นัยว่าพัดเร็วไปคนอื่นจะไม่เห็นลายมือสุดสวยบนพัดที่ตัวเองเขียนหรือภาพวาดที่ตัวเองวาด
สาวคณิกาหรือแม่สื่อ จะใช้พัดพัดช้าๆ ตรงบริเวณเนินอก โชว์ของเรียกแขกว่างั้น
บรรดาเถ้าแก่หรือเศรษฐี มักจะใช้พัดพัดตรงพุงใหญ่ๆ ประมาณว่ากินเยอะ ท้องทำงานหนัก ร้อนท้องก็พัดซะหน่อยหรือจะทำนองไว้โชว์ป๋าก็น่าจะได้
ส่วนหมู่เฮาชาวบ้านร้านตลาด (ที่ยุคหลังๆ สามารถใช้พัดได้) เวลาพัดคลายร้อนจะพัดเร็วๆ แรงๆ ที่หัว เพราะทำงานเหนื่อย เหงื่อออก หัวร้อนนนค่า!

 

ธรรมเนียมการให้พัด

ปกติแล้วการให้พัดในอดีต (แต่ปัจจุบันบางคนก็ยังเชื่อนะคะ) จะไม่มีการส่งให้กับแฟนและเพื่อนเป็นเด็ดขาด เพราะว่าพัด  扇 [shàn] ไปเสียงคล้ายกับคำว่า 散 [sàn] ที่หมายถึงแยกจากกัน หลายคนจึงถือเคล็ดนี้ไม่มอบพัดเป็นของขวัญให้กับเพื่อนหรือแฟนเพราะอาจต้องเลิก มิตรภาพอาจต้องพัง

แต่ที่นิยมมอบพัดให้กันมากคือนักเรียนให้พัดครูเป็นของขวัญเพื่อแสดงถึงความเคารพ และครูก็สามารถให้พัดนักเรียนเพื่อแสดงการปรารถนาดี การให้กำลังใจแบบนี้ได้ค่ะ

 

พัดที่แพงที่สุดในโลก

พัดที่แพงที่สุดที่ในโลกที่มีการประมูลกันเกิดขึ้นเป็นพัดที่วาดโดย 唐寅 [Táng Yín] ซึ่งเป็น 1 ใน 4 ยอดจิตรกรแดนใต้แห่งยุคราชวงศ์หมิง (江南四大才子) ชื่อภาพ  《听瀑图》 [tīng pù tú] ฟังเสียงน้ำตก

《听瀑图》
《听瀑图》

พัดนี้แพงมากเพราะว่ามีความสมบูรณ์อยู่ในตัวเอง ไม่รอยขาดหรือบุบสลาย เป็นกระดาษพัดแบบเต็มๆ ใบเลยค่ะ ส่วนราคาอยู่ที่  RMB 16,800,000 ถ้าคิดเป็นเงินไทยก็ประมาณ 84,000,000 บาทเท่านั้นเองงงงง

 

ปัจจุบันยังมีอาชีพไหนใช้พัดอีกบ้างนะ?

เดี๋ยวนี้จุดประสงค์ในการใช้พัดคลายร้อนเริ่มลดลงเพราะว่าเรามีแอร์ มีพัดลมกันหมดแล้ว แต่เอ..แล้วยังมีคนใช้พัดกันอยู่มั๊ยน้าา?

มีค่ะ อาชีพปัจจุบันที่ยังนิยมใช้พัดอยู่ได้แก่ครูสอนประวัติศาสตร์กับนักเล่นโกะค่ะ ถือว่าเป็นสองอาชีพที่นิยมถือพัดเป็นพร็อพประกอบการทำงานอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งการถือพัดของทั้งสองอาชีพนี้ไม่ได้มีวัตถุประสงค์หลักถือไว้พัดเพื่่อคลายร้อน แต่ถือไว้เพื่อบ่งบอกว่าตัวเองมีความรู้ความสามารถต่างหากล่ะคะ

 

จบแล้วค่ะ เนื้อหาของ 扇子 พัด ในโพสนี้ สุ่ยหลินเอามาจากคลาสฝึกพูดของสุ่ยหลินกับหย่าชิงที่ได้เรียนไปคราวก่อน ใครสนใจเกร็ดความรู้จีนลักษณะนี้และอยากฟังแบบเสียงในฟิล์มภาษาจีนเพื่อฝึกฝนภาษาจีน สุ่ยหลินขอเชิญชวนมาร่วมกิจกรรมกันค่ะ ครั้งหน้าคลาสจะมีอาทิตย์ที่ 6 พฤษภาคม เวลา 10.00-13.00 น. ที่ The Phyll Connect Co-Working Space ห่างจาก BTS อ่อนนุช 100 เมตร สนใจสมัครได้ที่ inbox เรียนจีน ให้ได้จีน หรือ คลิก m.me/chinesexpert แล้วทักมาได้เลยค่ะ^^  ครั้งนี้เราจะเอาหัวข้อเรื่อง 有趣的称呼文化 [yǒuqù de chēnghu wénhuà] ธรรมเนียมการเรียกคนจีนที่เราไม่รู้จัก จะเรียกยังไงดีให้ถูกกาลเทศะ? จะเรียก เจ้เหรอ หรือเฮียดี หรือจะเรียกป้าๆ (จะโดนเค้าด่ากลับมามั๊ย?) จะเรียกว่า “หนุ่มหล่อ” “สาวสวย” เอ้าท์ไปหรือยัง? หรือจะเรียกว่า 小姐 ดีนะ ก็ไหนว่าคนจีนบางคนบอกอย่าเรียก เพราะอะไรนะ? แล้วตกลงต้องเรียกว่าอะไรกันแน่ ?

有趣的称呼文化
有趣的称呼文化

นอกจากนี้ ยังมีสแลงจีนที่เกียวกับการพูดถึงคนอื่นค่ะ 小白脸 [xiǎobáiliǎn] หนุ่มหน้าขาว?? 老腊肉 [lǎo làròu] เนื้อแดดเดียว?? จะแปลว่าอะไรกันแน่? แล้วเวลาใช้จะใช้ยังไงไม่ให้โดนต่อย? อิอิ ติดตามในคลาสค่ะ

ส่วนอื่นๆ ของคลาสจะเป็นกิจกรรมและการเล่นเกมส์ค่ะ เกมส์ทั้งหมดมีเพื่อให้นักเรียนได้ “พูด” และ “ฟัง” กับครูจีน เพราะว่าทุกวันนี้ พวกเราคนไทยจะเรียนภาษาจีน เวลาจะฝึกฟังยังพอดูหนัง ดูละครกันไป จะฝึกอ่านยังพออ่านโพส อ่านข่าวกันไป จะฝึกเขียนยังพอหัดคัด หัดเขียนกันได้ แต่ถ้าจะฝึก “พูด” ถ้าไม่มีคนให้พูดภาษาจีนด้วย แล้วจะพูดกับใคร? ส่วนสุดท้ายจะเป็นการบ้านที่ให้เตรียมมาพูดล่วงหน้า พูดแสดงความคิดเห็นยังไงก็ได้? ไม่มีถูกไม่มีผิด สไตล์ใครสไตล์มัน เต็มที่และไม่ต้องกลัวพูดผิด เพราะสิ่งที่พูดผิดในคลาสจะทำให้เราใช้ได้อย่างถูกต้องเมื่ออยู่ข้างนอก ถ้าพูดผิดหย่าชิงและสุ่ยหลินจะช่วยแก้และช่วยแปลค่ะ

ใครชอบที่สุ่ยหลินอธิบายสไตล์เดียวกับ LIVE ของสุ่ยหลิน ต้องไม่พลาดนะคะ เรียนวันอาทิตย์ที่ 6 พฤษภาคม เวลา 10.00-13.00 น. ที่ The Phyll Connect Co-Working Space ห่างจาก BTS อ่อนนุช 100 เมตร จะมา BTS ก็สะดวก ถ้าขับรถมาก็จอดรถฟรีค่ะ ค่าเรียน 700 บาท ทั้งหมด 3 ชั่วโมง

สนใจคลิก m.me/chinesexpert ไว้เจอกับสุ่ยหลินในคลาสนะจ๊ะ^^

SHARE
Previous article5 รูปประโยคน่ารู้ของ 很 ^^
Next article8 ความหมายของ 好 ที่มากกว่าแค่แปลว่า “ดี”
สุ่ยหลิน
สุ่ยหลิน เริ่มต้นจากการเป็นนักเขียนหนังสือภาษาจีน ตอนนี้มีผลงานหนังสือ 4 เล่มและ eBook อีก 1 เล่ม เป็นบก.หนังสืออีก 1 เล่ม คอร์สออนไลน์ Chinese Hack (ภาษาจีนเบื้องต้น) คอร์สออนไลน์ Pinyin และ คอร์สออนไลน์ HSK3 ค่ะ เป้าหมายของสุ่ยหลินคือ ตั้งใจทำหนังสือ โพส คลิป Live และคอร์สออนไลน์สอนภาษาจีนที่เข้าใจง่าย สนุกไม่น่าเบื่อแต่ใช้งานได้จริงค่ะ นอกจากนี้ สุ่ยหลินยังเป็นผู้ร่วมก่อตั้งสำนักพิมพ์ภาษาจีน ChineseBang 中文棒 อีกด้วยค่ะ