เรื่องของ 定语 ส่วนขยายคำนาม ดราม่าเอยจงซับซ้อนขึ้น ตอน 1

8550
SHARE

สวัสดีค่ะแฟนเพจที่น่ารักของสุ่ยหลินทุกคนคะ^^ ได้เวลาห่างหายจากโพสไวยากรณ์ไปตั้งนาน ได้เวลากลับมาเรียนไวยากรณ์กันแล้วนะจ๊ะ โพสนี้ของสุ่ยหลินอยากจะพูดถึง 1 ในส่วนประกอบของไวยากรณ์ที่สำคัญที่สุดอย่างนึงในภาษาจีน สิ่งนั้นก็ 定语 [dìngyǔ] ส่วนขยายคำนามค่าาาา

ส่วนขยายคำนามคืออะไร?? มา มา เดี๋ยวสุ่ยหลินจะอธิบายให้ฟังจ๊ะ มาติดตามว่าต้องใช้ยังไง? แล้ววางตำแหน่งไว้ไหนของประโยค?? ได้ในโพสนี้กับสุ่ยหลินค่าา

สุ่ยหลินพูดเลยว่าหนึ่งในความยากของภาษาจีนเรื่องนึงก็คือ 定语 นี่เลยจ๊ะ เพราะถ้าเราอยากจะรายละเอียดของคำนามที่ตามหลังมา เช่น เป็นของใคร สีอะไร จำนวนเท่าไหร่ คุณสมบัติ (เช่น สี วัสดุ) เป็นยังไง  ก็ต้องใช้ 定语 [dìngyǔ] เค้าหล่ะ ยิ่งละเอียดมากส่วนขยายที่ว่าก็ยิ่งยาวมาก แต่มันก็เป็นสิ่งเราควรรู้ไว้ ถึงแม้ว่าเราจะเรียงไม่ถูก แต่อย่างน้อยก็ให้รู้ไว้ว่าไอ้ที่ยาวๆ เป็นวาในหน้าหนังสือหรือในหน้าข้อสอบส่วนไหนคือส่วนขยาย? และคำไหนกันแน่ที่คำนามแท้ของประโยค??

ซึ่งถ้าเราแยกออกแล้วล่ะก็ อย่างน้อยก็พอจะรู้แล้วหล่ะว่าใครเป็นประธาน ใครเป็นกรรม (ถ้าแยกไม่ออก ก็จงรู้เถอะว่าเรานี่แหละกรรม!!) เพราะบางทีส่วนขยายเราอ่านไม่ออก หรือไม่รู้จักศัพท์ก็ยังพอจะเดาเรื่องได้หากเรารู้ว่าคำนามแท้ๆ ของประโยคอยู่ตรงไหน ข้อดีมันอยู่ตรงนี้นี่เอง!!!

ตำแหน่งของส่วนขยาย 定语 ก็คือวางไว้หน้าคำนามค่ะ

โครงสร้าง = ส่วนขยาย (定语) + []+ คำนาม 

(บางครั้ง ละ 的 ได้นะจ๊ะ)

เช่น

[Wǒ de shū] หนังสือของฉัน
漂亮衣服 [piàoliang de yīfu] เสื้อผ้าที่สวยงาม
[hǎo rén] คนดี

แต่อย่างนี้จะดูถูกความสามารถของเรามากเกินไป๊!!… ในความเป็นจริงคือส่วนขยายคำนามไม่ได้ง่ายๆ อย่างนี้ทุกครั้งน่ะสิ หลายครั้งเลยเราจะเจอส่วนขยายที่มันซับซ้อนยิ่งขึ้นกว่าเดิม เช่นภาษาไทยบอกว่า “หนังจีนที่พวกเราดูเมื่อวานที่เพิ่งจะออกฉาย” หรือ “เพื่อนร่วมชั้นเรียนคนใหม่ของพวกเราที่วาดรูปเป็น” คราวนี้ล่ะ จะเขียนเป็นภาษาจีนยังไง? อะไรอยู่หน้าอะไรอยู่หลัง? จะเอาคำไหนขึ้นก่อนดี?? และจะเติม 的 กี่ตัวกันแน่???

สุ่ยหลินขออาสามาอธิบายแบบง่ายที่ซู้ดใน 3 โลกค่าา ติดตามกันมานะ

โพสนี้เลยขอแบ่งเป็น 2 ตอนข่า เดวจะมึนกันซะก่อน โพสแรกนี้สุ่ยหลินขอพูดถึงพระเอกที่จะช่วยเราแบ่งส่วนของคำขยายหลายๆ ส่วนออกจากกัน และโพสที่ 2 ก็ค่อยพูดถึงการเรียงลำดับส่วนขยาย (ที่น่าปวดหัวกว่าๆๆๆๆ) นะจ๊ะ

พระเอกที่จะช่วยเราแบ่งส่วนของคำ ก็คือ  นั่นเองงงงง ลองมาดูนะคะว่าเค้าช่วยเรายังไงมั่ง??
เช่นข้างล่างนี่เลย

那本我喜欢看 很贵。
[Nǐ dì nà běn wǒ xǐhuan kàn de shū hěn guì.]
หนังสือเล่มนั้นของเธอที่ชั้นชอบอ่าน แพงมาก

ประโยคนี้ ช่วยแบ่งส่วนขยายที่แสดงความเป็นเจ้าของคือ 的 = ของเธอ และส่วนวลีที่มีกริยาเป็นส่วนประกอบ 我喜欢看的 = ที่ชั้นชอบอ่าน ออกจากคำนามซึ่งก็คือ  = หนังสือ นั่นเองจ้าา

สุ่ยหลินเคยอธิบายเรื่อง 的 ไว้บ้างแล้ว อยากรู้ลองแวะไปอ่านได้นะจ๊ะ คลิกที่นี่ค่าา 的 (ซีรีย์สามเกลอ 的, 地 และ 得) เพื่อไม่ให้เสียเวลา เรามาดูเรื่องราวของ 的 กับส่วนขยายกันค่ะ^^

วิธีการใช้ 的 กับส่วนขยายคำนาม 定语 [dìngyǔ]


1. ถ้าส่วนขยายแสดงความเป็นเจ้าของ เราใช้ ค่ะ

เช่น

爸爸
bàba de chē
รถของพ่อ

玛丽
Mǎlì de jiā
บ้านของแมรี่

 


2. ถ้าส่วนขยายเป็นคำคุณศัพท์ adjective แบ่งได้ 2 อย่างค่ะ 

– คุณศัพท์พยางค์เดียว ไม่ต้องเติม

เช่น

朋友
hǎo péngyǒu
เพื่อนสนิท


jiùshū
หนังสือเก่า

ปล. การเติม 的 ก็ไม่ผิดไวยากรณ์นะคะ แต่จะทำให้ความหมายเปลี่ยนไปจากเดิม เช่น 朋友 จะแปลว่า เพื่อนประเภทที่ดี

– คุณศัพท์หลายพยางค์ รวมไปถึงคุณศัพท์พยางค์เดียวแต่มีคำบอกดีกรีอยู่ข้างหน้า ต้องเติม 的 

เช่น

确定答案
quèdìng de dá’àn
คำตอบที่ชัดเจน

漂亮衣服
piàoliang de yīfu
เสื้อผ้าสวยๆ

很好朋友
hěn hǎo de péngyǒu
เพื่อนที่ดีมาก มิตรแท้

太旧
tài jiù de shū
หนังสือที่เก่ามาก

 


3. ถ้าคำที่มาขยาย เมื่อมารวมกับคำนาม แล้วกลายเป็นคำนามที่มีความหมายใหม่หรือกลายเป็นชื่อเฉพาะ ไม่ต้องเติม

คำพวกนี้เติม 的 ไปแล้วความหมายมักจะเปลี่ยนไปนะจ๊ะ

คุณศัพท์ + คำนาม


Chángchéng
กำแพงเมืองจีน
( จะแปลว่า กำแพงเมืองยาวๆ)


dàmén
ประตูหลัก ทางเข้า
( จะแปลว่า ประตูที่มีขนาดใหญ่)

คำนาม + คำนาม

西
xīguā
แตงโม

时间
shíjiānbiǎo
ตารางเวลา

电话号码
diànhuà hàomǎ
เบอร์โทรศัพท์

项链
jīn xiàngliàn
สร้อยคอทองคำ

 


4. ถ้าคำที่มาขยาย เมื่อมารวมกับคำนาม แล้วกลายเป็นของที่มีสิ่งเดียวในโลก หรือกลายเป็นสิ่งเฉพาะเจาะจง ไม่ต้องเติม

ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็น ความสัมพันธ์ของคนค่ะ เช่น
妈妈 [wǒ māma] แม่ของชั้น
姐姐 [nǐ jiějie] พี่สาวของเธอ

หรือ สิ่งเฉพาะเจาะจง ก็เช่น 美国总统 [Měiguó zǒngtǒng] ประธานาธิบดีสหรัฐ

 


5. ส่วนขยายที่บ่งบอกการชี้เฉพาะหรือบอกจำนวน ไม่ต้องเติม

โครงสร้างคือ คำชี้เฉพาะ/จำนวน + ลักษณนาม + คำนาม

เช่น
那本
nà běn shū
หนังสือเล่มนั้น

两本
liǎng běn shū
หนังสือ 2 เล่ม

那两本
nà liǎng běn shū
หนังสือ 2 เล่มนั้น

 


6. ถ้าส่วนขยายเป็นวลีที่มีคำกริยา ต้องเติม เพื่อกันสับสนกับกริยาแท้ๆในประโยค

เช่น
水果
mài shuǐguǒ de rén
คนขายผลไม้

同学
xīn lái de tóngxué
เพื่อนร่วมชั้นเรียนที่มาใหม่

他们中国
tāmen qù Zhōngguó de nàtiān
วันนั้นที่พวกเขาไปจีน

คราวนี้เราก็รู้ว่า  พระเอกของเราควรจะออกฉากไหน และฉากไหนไม่ต้องออกโรงกันแล้วนะคะ

สุ่ยหลิน^^