ศัพท์จีน

Home เรียนจีน ศัพท์จีน

ซีรีย์คำเหมื๊อนเหมือน ตอน 作 กับ 做 ก็แปลว่า “ทำ” เหมือนกันแล้วทำไมต้องมี 2 ตัว???

作 กับ 做

สวัสดีค่าแฟนเพจที่น่ารักของสุ่ยหลินทุกคน^^  โพสนี้สุ่ยหลินได้รับคำถามมาจากคุณ Dhanachdhamma Phakgamolnan เรื่องคำว่า 作 กับ 做 ที่ล้วนต่างออกเสียงเหมือนกันว่า [zuò] แถมพอไปเปิดดิก ก็ปรากฏว่าทั้งคู่ยังแปลเหมือนกันว่า “ทำ” เห้ยยยยย… #อะไรกันข่าาา #งงวนไปคร่ะ สรุปคือถามมาว่า 2 คำเนี้ยต่างยังไง?? แล้วจะรู้ได้ไงว่าตัวไหนใช้ตอนไหน ก็เพราะว่าแปลเหมือนกัลเลยอ่ะครับ??

เป็นคำถามที่ดีมากๆ จริงๆ ค่ะ เพราะสุ่ยหลินเองก็คิดว่าหลายคนก็คงงงงตรงนี้เหมือนกันแน่ๆ ลองยกตัวอย่างคำที่เรารู้จักกันดีอย่าง 作业 [zuòyè] = การบ้าน เป็นคำนามเนอะ แต่พอถึงครั้นว่าต้อง “ทำ” การบ้านเรากลับต้องใช้ว่า 做作业 [Zuò zuòyè] ซะงั้น? ทำไมเราใช้ว่า 作作业 เลยไม่ได้ล่ะ ในเมื่อมันก็แปลว่า “ทำ” เหมือนกัน อ่ะเครๆ สงสัยคำนึงเป็นคำนาม อีกคำเป็นกริยา ใช้แทนกันไม่ได้ศรีพอเข้าใจ แต่พอบางทีไหง(ดัน)สามารถเขียนได้ว่า 做宾语 แล้วก็แถมเขียนได้ว่า 作宾语 [Zuò bīnyǔ] ที่แปลว่า เป็นกรรม(ของประโยค ไม่ช่ายกรรมของเรานะ) แทนที่กันได้เด๊ะๆ เลยอ่ะ??? ฮ่วย!!

มาติดตามเคลียร์คัตทุกปัญหาเรื่อง 作 กับ 做 ได้ในซีรีย์คำเหมื๊อนเหมือนชุดนี้กะสุ่ยหลินกันค่าา^^

5 ประโยคสุดฮิตในหนังจีน เปิดดิกทุกตัวก็ยังไม่เข้าจายย ??!!

5 ประโยคสุดฮิตในหนังจีน เพื่อ เรียนภาษาจีนให้เก่ง

สวัสดีค่าแฟนเพจที่น่ารักของสุ่ยหลิน^^ พวกเราคุยกันมาเยอะแยะเลยนะว่า เรียนภาษาจีนให้เก่ง ต้องดูหนังเยอะๆ (ใครยังไม่เคยอ่านคลิกที่นี่ครัช เรื่องสั้น 4 ตอนจบ ตอน 3: อยากเรียนภาษาจีน ให้เก่ง ต้อง “ดูหนัง” ให้มากๆ) แต่ทีนี้พอเราดูไปๆ สุ่ยหลินสังเกตว่าเราจะเจอคำประเภทนึง คือประเภทอะไรไม่รู้ รู้แต่ว่าตูเปิดดิกทุกตัวแล้วก็ไม่เข้าใจอยู่ดี เศร้าแพรบบ! TT

ซึ่งคำพวกนี้แหละค่า คนจีนชอบใช้ในชีวิตประจำวันมากๆ (ถึงไปปรากฏในหนัง ในละครไงล่ะคับ) แล้วก็หาคำอธิบายทางไวยากรณ์ม่ะได้ด้วย(อีกต่างหาก) วิธีเรียนคำพวกนี้คือต้องจำยกแพ็ค เหมายกโหลไปเลยว่างั้น แต่ถ้าหากเราใช้ได้ ใช้เป็น ภาษาจีนของเราก็จะใกล้เคียงคนจีนมากขึ้นเลยน้า ภาษาจีนเรียก 说得很地道。[Shuō dé hěn dìdao.] พูดถึงตรงนี้ถ้าใครได้ไปงานสัมมนา “เข็มทิศภาษาจีน” ของ ChineseBang 中文棒! ManeePloy นักเขียนเจ้าของภาษา บอกว่าเรียนภาษาไหนให้ได้ดีต้องมี 语感 [yǔgǎn] หรือเซนส์ของภาษา จะช่วยให้เราเข้าใจความหมายของคำต่างๆได้ลึกซึ้งมากถึงมากที่สุดเลยล่ะ

คำถามว่าแต่เซนต์ของภาษานี่ ท่านจะได้แต่ใดมาล่ะคร้าบบ!

คำตอบคือต้องอยู่กะเจ้าของภาษาเยอะๆ แต่ถ้าสิ่งแวดล้อมเราไม่เอื้อ ก็ต้องดูหนัง ฟังเพลง หรือใช้ชีวิตประจำวันให้มีภาษาจีนเข้ามาเอี่ยว เย่!เรามาถูกทางแล้วชิมิๆ^^

แพล่มมานานแระ เข้าเรื่องของเราดีกว่า ติดตาม 5 ประโยคสุดฮิตในหนังจีน ที่เปิดดิกทุกตัวก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี ฮ่วย! ได้ในโพสนี้กะสุ่ยหลินนะค้าาา จุ๊บๆ

ซีรีย์คำเดียวกัน แต่ไหงอ่านไม่เหมือนกัน ตอน: 教 [jiāo] หรือ [jiào] กันแน่???

สวัสดีค่าแฟนเพจที่น่ารักของสุ่ยหลินทุกคน^^ ห่างหายจากซีรีย์คำเดียวกัน แต่ไหงอ่านไม่เหมือนกันไปสักพักนะจ๊ะ ได้เวลากลับมาปวดหัว เย้ยย…เรียนกับ 多音词 [duōyīncí] = คำหลายเสียงในภาษาจีนกันแล้วน้าา วันนี้สุ่ยหลินขอนำเสนอคำที่เรารู้จักกันดีมากๆ คือคำว่า 教 ที่เรารู้จักกันแปลว่า “สอน” เพราะเราต้องเข้า “ห้องเรียน” 教室 กันมาแล้วทุกคนใช่ป่าวจ๊ะ?

ว่าแต่คำนี้ไหงบางทีได้ยินคนจีนอ่านว่า [jiāo]  บางทีอ่านว่า [jiào] อ่ะ?? แถมคำว่า 教授 ที่เรารู้จักว่าหมายถึง “ศาสตราจารย์” ตกลงอ่านว่า [jiàoshòu] หรือ [jiāoshòu] กันแน่?? ถ้าอ่านว่า [jiàoshòu] ทำไมบางทีได้ยินคำว่า [jiāoshòu] แต่เขียนแบบนี้เหมือนกันเด๊ะๆ เลยอ่ะ ตกลงว่าเค้าผิดหรือชั้นงงเอง!! TT

ติดตามเรื่อง 教 คำหลายเสียง เรื่องสอนๆ ที่เหมือนง่ายๆ แต่ไม่ง่ายได้ในโพสนี้กะสุ่ยหลินค่าา^^

4 ศัพท์จีนคุ้นๆ พอพลิกนิดนึง กลับนึกไม่ออกซะงั้น!

สวัสดีค่าแฟนเพจที่น่ารักของสุ่ยหลิน^^ วันนี้สุ่ยหลินอยากนำเสนอศัพท์จีนง่ายๆ คุ้นๆ กันอยู่แต่พอพลิกแพลงนิดนุง บทจะพูดขึ้นมา เรากลับนึกไม่ออกว่าจะพูดว่ายังไงซะงั้น???

สุ่ยหลินลองยกตัวอย่างให้ฟังนะจ๊ะ เช่น เรารู้จักกันว่า 开玩笑 [kāiwánxiào] ที่แปลว่า “ล้อเล่น” ตัวอย่างเช่นประโยค 我开玩笑![Wǒ kāiwánxiào!] = ชั้นล้อเล่นน่า! แต่ถ้าหากว่าเราจะมาโหมดเข้ม “ชั้นไม่ใช่คนที่มาล้อเล่นได้นะ!” ประโยคอย่างนี้ใช้ 开玩笑 พูดยังไงล่ะเนี่ย??

ติดตามรวมศัพท์จีนง่ายๆ เรารู้จักเกือบทุกตัว แต่พอบทจะพูดพลิกแพลงขึ้นมา พูดไม่ออกแระ ในโพสนี้กับสุ่ยหลินได้เรยค่า^^

人家 VS 别人 คนที่บ้าน กับ คนอื่น ตกลงว่าเป็นใครกันแน่??!!!

สวัสดีค่าแฟนเพจที่น่ารักของสุ่ยหลินทุกคน^^ เริ่มต้นสัปดาห์ใหม่ได้เวลามาเรียนภาษาจีนแบบสนุก ไม่น่าเบื่อกันแว้วนะฮับ วันนี้สุ่ยหลินกลับมาพร้อมโพสคำที่เราคุ้นเคยกันดี นั่นคือเรื่องคำสรรพนามในภาษาจีนค่าาา

หลายคนอาจคิดว่าโหหยยย!!… คำสรรพนาม 代词 [dàicí] เค้าเรียนกันตั้งแต่ปีมะโว้ล่ะจ๊ะ อย่างเช่นคำแรกที่เราต้องเรียนตั้งแต่เริ่มภาษาจีนเลยนั่นก็คือ 我 ถัดมาก็คือ 你 สุ่ยหลินจะมาสอนคำสรรพนาม 我爱你 [Wǒ ài nǐ] หรืออะไรกันตอนนี้!!

อ๊ะๆ อย่าเพิ่งคิดว่าน่าเบื่อนะจ๊ะ เพราะวันนี้สุ่ยหลินอยากจะโฟกัสไปที่ 2 คำที่เดี๋ยวนี้คนรุ่นใหม่นิยมพูดกันค่ะ ก็คือคำว่า 人家 [rénjia] (แปลว่าคนที่บ้านเหรอ???) กะ 别人 [biérén] (แปลว่าคนอื่นใช่มั๊ยนี่??)

ซีรีย์คำเดียวกัน แต่ไหงอ่านไม่เหมือนกัน ตอน 血 ??? (แวมไพร์มาเองงง)

สวัสดีค่าแฟนเพจที่น่ารักของสุ่ยหลินทุกคน^^ คงยังจำซีรีย์คำเดียวกัน แต่ไหงอ่านไม่เหมือนกันของสุ่ยหลินกันได้เนอะ อย่างที่เคยเล่าว่าเป้าหมายของซีรีย์เนี้ยคือเคลียร์ความข้องใจเรื่อง 多音词 [duōyīncí] = คำหลายเสียง ซึ่งมีเยอะแยะมากมายในภาษาจีน จนถึงขนาดที่ว่ามีดิกเรื่อง多音词 ออกมาเฉพาะเลยนะคะ

ใครลืมไปแย้วว่าสุ่ยหลินเขียนตอนแรก เป็นคำง่ายๆ เรารู้จักกันดีคือ 啊 แต่ออกได้ครบทุกเสียงวรรณยุกต์จีนเลย amazing!! มากๆ คลิกที่นี่ครัชช ซีรีย์คำเดียวกัน แต่ไหงอ่านไม่เหมือนกัน ตอน 啊???

สำหรับตอนนี้สุ่ยหลินอยากพูดถึงคำว่า 血 ที่หลายๆ คนรู้กันดีว่าหมายถึง “เลือด” โฮกกก!! แต่คำนี้ไหงบางทีก็อ่านว่า [xuè] บางทีก็อ่านว่า [xiě] เช่น โรคความดันสูงนี่ตกลงอ่านว่า 高血压 [gāoxuèyā] หรือ [gāoxiěyā] กันแน่นะ? ติดตามเรื่องเลือดๆ 血 คำหลายเสียงได้ในโพสนี้กะสุ่ยหลินค่าา^^

ซีรีย์คำเดียวกัน แต่ไหงอ่านไม่เหมือนกัน ตอน 啊???

多音词

สวัสดีค่าแฟนเพจที่น่ารักของสุ่ยหลินทุกคน^^ หลังจากสุ่ยหลินกลับมาจากอบรมระยะสั้นที่ปักกิ่งสักพัก ก็(เพิ่ง) นึกขึ้นมาได้ว่ามีปัญหาอีกอย่างนึงของเราคนไทยที่เรียนภาษาจีนที่มักจะเจออยู่บ่อยๆ และมีความงงมว๊ากกกไม่แพ้ซีรีย์คำเหมื๊อนเหมือนที่สุ่ยหลินเคยเขียนไว้เลยนะ สุ่ยหลินเลยคิด(เอาเอง) ว่าจะคลอดซีรีย์ใหม่อีกชุดนึง (กลายเป็นแม่ลูกดกยาวๆ ปายยย อิ อิ) พูดถึงเรื่องนี้โดยเฉพาะค่า

คำพวกนี้ภาษาจีนเค้ามี technical term เรียกว่า 多音词 [duōyīncí] = คำหลายเสียง พูดง่ายๆ ก็คือคำพวกเนี้ย เขียนเหมือนกันเด๊ะแต่ออกเสียงได้หลายแบบ แค่นั้นยังงงม่ะพอเพราะว่า (บางตัว) แต่ละเสียงมีความหมายไม่เหมือนกันด้วยสิ บางคำออกเสียงแบบนี้เป็นคำนาม ออกเสียงอีกอย่างเป็นคำวิเศษณ์ (adverb)  ณ จุดนี้คืออะไรฟร่ะ?? (ใครอยากรู้ว่า technical term สำคัญไฉนคลิกที่นี่ฮับ แชร์ 5 ประสบการณ์เรียนจีน ที่ปักกิ่งของสุ่ยหลิน)

ไม่เป็นไรๆนะ เดี๋ยวเราจะเคลียร์แระนะ สุ่ยหลินขอประเดิมตอนแรกของซีรีย์คำเดียวกัน แต่ไหงอ่านไม่เหมือนกัน ตอน 啊 ค่าาา  หลายคนอาจคิดว่าเห้ยยย…เค้ารู้จักคำว่า 啊 มาตั้งแต่ปีมะโว้แล้วจ่ะ!  สุ่ยหลินเพิ่งจะมาอธิบายไรกันตอนเน๊ๆๆ

อ่ะๆ เดวก่อนนะ รู้กันป่าวว่าคำว่า 啊 คำเดียวเนี่ยออกเสียงได้ตั้ง 5 เสียงแน่ะ! (ครบทุกวรรณยุกต์ภาษาจีนเรยว่างั้น – -‘)  และแต่ละเสียงก็มีความหมายหรือวิธีการใช้ต่างกันหน่อยๆ ด้วยล่ะ ทำไมถึงเป็นงี้ มาติดตามกันเรยน้า^^

4 เรื่องกินที่ไม่ได้กิน เอ๊ะ! ยังไง?? ตอน 2 ( ศัพท์จีน )

4 เรื่องกินที่ไม่ได้กิน เอ๊ะ! ยังไง?? ตอน 2 ( ศัพท์จีน )

สวัสดีค่าแฟนเพจที่น่ารักของสุ่ยหลิน^^ จำได้ว่าสุ่ยหลินเคยโพสศัพท์จีนที่ดูเหมือนว่าจะเป็นเรื่องกินแต่ความหมายจริงๆแล้วไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องกินเล้ยอยู่โพสนึง จะว่าไปแล้วคนจีนมีการใช้ศัพท์คำว่ากินในความหมายอื่นๆ อีกแยะเลยค่า และที่สำคัญความหมายพวกเนี้ยจะมาแปลตรงตัวก็มิได้ เพราะแปลแล้วงงมว๊ากกก สุ่ยหลินเลยขอรวบรวมเป็นตอน 2 ไว้ที่โพสนี้นะจ๊ะ

ใครยังไม่ได้อ่านโพสแรกหรือลืมกันไปแย้ว เรามาทบทวนที่นี่กันค่า เรื่องกินที่ไม่ได้กิน เอ๊ะ! ยังไง?? (俚语)

ติดตาม ศัพท์จีน 4 เรื่องกินที่ไม่ได้กิน เอ๊ะ! ยังไง?? ตอน 2 ในโพสนี้กะสุ่ยหลินนะคะ^^

ซีรีย์คำเหมื๊อนเหมือนตอน: 3 ขุนศึกตระกูลเปี่ยว

ซีรีย์คำเหมื๊อนเหมือนตอน: 3 ขุนศึกตระกูลเปี่ยว 表

สวัสดีค่าแฟนเพจที่น่ารักของสุ่ยหลินทุกคน^^ ซีรีย์คำเหมื๊อนเหมือนกลับมาอีกหนแล้วนะค้าา คราวนี้เป็นคำถามที่สุ่ยหลินได้รับจากหลังไมค์มาเห็นว่าน่าสนใจมากๆ เลยขอรวบรวมมาเขียนโพสดีกว่า อยากให้แฟนเพจทุกคนได้เรียนไปพร้อมๆ กันด้วยนะจ๊ะ ส่วนใครที่ถามสุ่ยหลินมาแล้วตอบช้าหรือเขียนโพสช้า สุ่ยหลินกราบขออภัยด้วยค่าเพราะมีคำถามเข้ามาค่อนข้างเยอะ สุ่ยหลินต้องไปค้นคว้าหาข้อมูล รวมทั้งหาวิธีเขียนว่าจะทำไงให้แฟนเพจเข้าใจง่ายๆ ชัดเจน เป็นข้อมูลอ้างอิงได้ ขอร้องอดใจรอกันหน่อยนะค้าบพลีสๆ

ซีรีย์คำเหมื๊อนเหมือนเนี่ยสุ่ยหลินไปดูตอนเก่าๆ เจอว่าเขียนไปประมาณ 10 ตอน++ ได้ เหตุผลหลักๆ เลยที่เขียนเพราะ ภาษาจีนมีคำประเภทที่เรียกว่า 近义词 [jìnyìcí] หรือคำที่มีความหมายใกล้เคียงกันเยอะมากๆๆๆๆๆ แฮ่กๆๆ ขนาดเขียนไม้ยมกยังเหนื่อยเรย เพราะเยอะมากจิงๆ ค่า แล้วแต่ละคำมีความหมายต่างกันนิดๆ หน่อยๆ บางคำแปลเหมือนกันเด๊ะๆ แต่วิธีเอาไปใช้ไม่เหมือนกัน บางคำเป็นคำนาม บางคำเป็นคุณศัพท์ บางคำเป็นวิเศษณ์ ฯลฯ บางทีใช้กันคนละสถานการณ์ถึงแม้จะคล้ายกันมากๆ ก็ตามที

สุ่ยหลินเลยเห็นว่าเราคนไทยเรียนภาษาจีนแบบเนี้ย บอกเรยว่ามีความงงมากใน 3 โลก!! จึงคิดอยากเขียนซีรีย์คำเหมื๊อนเหมือนขึ้นมาค่า วิธีการเรียนคำพวกนี้คือต้องจำประโยคหรือสถานการณ์ไปใช้ด้วยนะคะ จะจำแต่ความหมายอย่างเดียวม่ะได้ ส่วนใครอยากอ่านซีรีย์คำเหมื๊อนเหมือนย้อนหลัง ให้กดรูปแว่นขยายที่มุมขวาของเว็บไซด์เรียนจีนให้ได้จีน แล้ว search keyword ซีรีย์คำเหมื๊อนเหมือนเรยค่ะ สุ่ยหลินจะเขียนตอนใหม่ต่อไป สู้ๆๆ ติดตามเป็นกำลังใจให้เค้าด้วยน้า 宝宝加油![Bǎobao jiāyóu!] หมวยสู้ตาย!! (ใครงงกะคำนี้ต้องอ่านโพส ManeePloy ที่นี่นะจ๊ะ 热门词汇)

แพล่มมานานแระ กลับเข้าสู่โพสของเราซ้าที ในโพสนี้สุ่ยหลินอยากนำเหนอ ศัพท์จีน 3 คำนี้ ที่เปิดดิกแล้วเหมือนกันมากๆ นั่นก็คือ 表情 [biǎoqíng], 表示 [biǎoshì] และ 表现 [biǎoxiàn] ซึ่งทั้งหมดมีความหมายว่า “แสดงออก” หรือ “โชว์”  แล้ว 3 คำนี้ต่างกันยังไง? ตรงไหน? ติดตาม 3 ขุนศึกตระกูลเปี่ยวได้ในโพสนี้กะสุ่ยหลินค่าา^^

รวมศัพท์ จองตั๋วเครื่องบิน Online โพสเดียวเอาอยู่!!

รวมศัพท์ จองตั๋วเครื่องบิน Online โพสเดียวเอาอยู่!!

สวัสดีค่าแฟนเพจที่น่ารักของสุ่ยหลินทุกคน^^ ปลายสัปดาห์เราก็กลับมาฮาเฮกันบ้างไรบ้างนะคะ โพสนี้สุ่ยหลินคิดว่าน่าจะมีประโยชน์มากๆ กับแฟนเพจเลยจัดกันมาค่าา สุ่ยหลินสังเกตว่าหลังๆ เดวนี้พวกเราเวลาไปต่างประเทศ ก็ไม่ค่อยจะใช้บริการเอเยนซี่เท่าไหร่แล้วนะ เพราะว่าเดี๋ยวนี้จอง Online สะดวกกว่าเยอะ แถม low cost บางสายก็ไม่มีระบบให้จองผ่านเอเยนซี่ด้วยอีกต่างหาก เพื่อลดต้นทุนค่าพนักงานของเค้า จะได้มาเป็นส่วนลดของเราไงคะ

โพสนี้ของสุ่ยหลินเลยอยากจะรวมคำศัพท์ที่เจอบ่อยๆใช้ จองตั๋วเครื่องบิน Online กันค่า ถึงแม้ว่าเดี๋ยวนี้บางเว็บจะมีภาษาให้เลือกได้ตั้งหลายภาษา แต่รู้ภาษาจีนติดกระเป๋าไว้รับรองไม่เสียหลาย ฉุกเฉินขึ้นมาก็งัด (ศัพท์นะศัพท์–ไม่ช่ายอย่างอื่่น) ขึ้นมาใช้ได้ อย่างทันท่วงทีเรยนะ

ติดตามรวมศัพท์ จองตั๋วเครื่องบิน Online ซึ่งสุ่ยหลิน (กะเอาเอง) ว่าโพสเดียวเอาอยู่!! จ้าา อิ อิ

Popular Posts

My Favorites

Slang จีน! ที่เกี่ยวกับคน อ่านที่มาแล้วจะคุ้นๆ เหมือนประเทศไหนไม่รู้จิ!

ภาษาทุกภาษาในโลกนี้มีการมีการเปลี่ยนแปลงเรื่อยๆ นะคะ (เกริ่นได้วิชาการม่ะ!) ไม่ว่าภาษาไทย จีน อังกฤษ ฝรั่ง ฯลฯ ก็จะเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ ตามเวลาที่ผ่านไป ภาษาพวกนี้ถึงเรียกว่า "ภาษาเป็น" และก็เพราะที่เปลี่ยนไปเรื่อยๆ หยั่งงี้แหละ...