ไวยากรณ์จีน

Home เรียนจีน ไวยากรณ์จีน

5 วิธีใช้ 要 ให้ถูกกกก!!

สุ่ยหลินคิดว่าพวกเราที่เรียนภาษาจีนเนี่ยต้องเคยเห็นคำว่า 要 แน่ๆ มาก่อนเรยนะ เพราะ 要 เป็นหนึ่งในตัวที่เห็นบ่อยที่ซู้ดในภาษาจีนค่า

หลายคนคิดว่า 要 แปลได้แค่ว่า “ต้องการ” แต่จริงๆ 要 แปลได้มากกว่านี้อีกล่ะ!

งั้นวันนี้เรามารู้จัก 要 กับความหมายอื่นๆ ที่เราไม่เคยรู้กันจ้า
ติดตามน้าาาตัวเองงง

รูปประโยคของ 要 โดยทั่วไปคือ
(ประธาน) + + กริยา + (กรรม)
ส่วนที่อยู่ในวงเล็บคือมีก็ได้ไม่มีก็ได้ค่ะ
เริ่มเลยนะตะเองงง!

了 อ่านก็ออก เขียนก็ง่าย (อ่านโพสนี้แล้ว)ใช้เป็นชัวร์ๆ จ้าา!!

มีคำๆ นึงที่สุ่ยหลินว่าเห็นบ่อยมากกกก บางทีก็ต่อท้ายประโยคมั่ง บางทีก็แทรกอยู่ในประโยคมั่ง เห็นหน้าจนคุ้นเคยประหนึ่งว่าเป็นญาติ คำๆนั้นคือ 了 นั่นเองงง

แต่ที่ว่าเห็นบ่อย จะเป็นแบบรู้หน้าไม่รู้ใจนะ คือว่าเห็นบ่อย แต่ไม่ค่อยรู้ว่าใช้ตอนไหนดี? เห็นบางทีประโยคนึงใช้ตั้ง 2 ตัวก็มีแน่ะ เอ๋! ประโยคที่มี 了 ตัวเดียวกะ 了 หลายตัวมันต่างกันยังไง?? แล้วจะใช้ยังไง? เมื่อไหร่? ตอนไหน?

งั้นได้เวลามารู้ลึกเกี่ยวกับ 了 ตัวนี้ซักกะทีนะคะ^^

ป่ะ, มั๊ย, ล่ะ ใช้ยังไงให้ถูกนะ?! (吧, 吗, 呢)

吧 吗 呢 ใช้ยังไง

เวลาเราพูดภาษาไทย เช่น ชวนเพื่อนไปดูหนัง เราก็ชอบพูดว่า “ไปดูหนังกันเถอะ” หรือ “กินข้าวกันป่ะ”  คำว่า “เถอะ” หรือ “ป่ะ” เนี่ย ถ้ามีคนต่างชาติมาถามเราว่าแปลว่าไร? สุ่ยหลินว่าเรามีนงงไปแปดตลบ จะอธิบายไงดีหว่า??

คือมันต้องมี ไม่มีแล้วดูแปลกๆ ว่าม่ะ?

ภาษาจีนก็เป็นแบบนี้เปี๊ยบเลยค่าา มักมีคำห้อยท้ายแบบนี้ด้วย เราเรียกคำพวกนี้ว่าคำเสริมน้ำเสียงค่ะ เพื่อบอกว่าคนพูดสื่อความหมายถึงประโยคที่พูดนั้นยังไงค่ะ  งั้นวันนี้มารู้จักคำเสริมน้ำเสียงที่ใช้บ่อยที่ซู้ดในภาษาจีนกันน้าา

我们 VS 咱们 ต่างกันตรงไหนอ่ะ???

“我” เป็นสรรพนามตัวแรกเลยนะที่เราต้องเรียนในภาษาจีน จากนั้นมาก็ค่อยเรียนตัวอื่่นๆ เช่น 你,他,她,它,您 อะไรๆ ก็ว่าไป

พอรูปเอกพจน์ได้ อันดับต่อมาก็ต้องเป็นรูปพหูพจน์มั่ง เช่น 我们,你们,他们,她们,它们….ตัวอื่นๆ เรารู้หมด แต่มาสะดุดเอาตัวสุดท้ายที่ 咱们!

หืมมม์ม์ 咱们 แปลว่าอะไรนะ??

เรารู้ว่า 我们 [wǒmen] แปลว่า “พวกเรา” แล้ว 咱们 [zánmen] เปิดในดิก อ่าววว….ก็แปลว่า “พวกเรา” เหมือนกัน แล้วตกลง 我们 กับ 咱们 ต่างกันยังไงนะ?

สุ่ยหลินมีเฉลยเแบบไม่งง และเคลียร์คัตเลยค่าาา ^^

ติดตามได้เล้ยย

5W 1H ในภาษาจีน

ตอนสมัยเราเรียนภาษาอังกฤษ คุณครูเค้าก็ให้เราท่อง 5W1H ใช่ไหมคะ จำกันหรือป่าว เพราะ 5W 1H เป็นการตั้งคำถาม เพื่อบอกว่า ใคร ทำอะไร ที่ไหน เมื่อไหร่ ยังไงและทำไม (Who, What, When, Where, Why & How)

ภาษาจีนก็มีเหมือนกันเลยค่าาา และคำพวกเนี้ยเป็นคำสำคัญเพราะเป็นต้นกำเนิดของการถามคำถามในทุกภาษาเลยนะ เอาเป็นว่ารู้ 5W 1H เนี่ยก็ถามอะไรได้ครอบจักรวาลเลยล่ะ (เว่อร์!)

นอกจากนี้ รู้หรือป่าวว่า บางทีเนี่ยเรายังใช้คำพวกนี้ในลักษณะอื่นๆ ที่ไม่ใช่คำถามด้วยนะ งั้นวันนี้เรามารู้จัก 5W 1H ในภาษาจีนกันดีกว่าน้า

ภาษาจีนมี Tense หรือป่าว? วันนี้มีเฉลยนะตะเอง

ตอนเด็กๆ สมัยที่เราเรียนหนังสือในโรงเรียน เวลาเรียนวิชาภาษาอังกฤษสุ่ยหลินมั่นใจว่าทุกคนจะต้องถูกบังคับให้เรียนเรื่อง Tense แน่นอน เราต้องจำว่า Past Tense ต้องเติม ed นะ (แต่ก็มีบางตัวไม่เติมแถมเปลี่ยนรูปอีกต่างหาก!!) Present Tense ต้องมีรูปกริยาผันตามประธานนะ ส่วน Future Tense ก้อต้องมี will เป็นกริยาช่วยนะ ยังไม่นับ Present Perfect, Perfect Continuous, Past Perfect และอีกต่างๆ นานา กรี๊ด…นี่สุ่ยหลินไม่อยากจะบอกว่าคืนครูหมดแหล่ว เฮ้อ T_T

ที่นี้มาถึงภาษาจีน เลยอยากถามว่าภาษาจีนมี Tense กันไหมน้อออ?

得 คืออะไรกานพี่น้อง?? ตอนที่ 2: 得+上 (ขึ้น) หรือ 下 (ลง)

ก่อนอื่นสุ่ยหลินขอขอบคุณมากค่า สำหรับยอด Like และ View ที่ล้นหลามสำหรับตอนที่ 1 ที่เล่าเรื่อง 得(de)(เตอะ) ไปค่า ดีใจจุงที่โพสมีประโยชน์กะคนหมู่มาก สุ่ยหลินกรุยทางไว้เป็นอบต.นะรู้ป่าว!

มาต่อตอนที่สองกันค่ะ ขอทบทวนนิดนุงนะ จากที่อ่านตอนแรกกันไปแล้ว
得 มีวิธีการใช้คือ กริยา + 得 + ความเป็นไปได้ของกริยา
หากว่าเราจะใช้ในรูปปฏิเสธ ก็ใช้ 不 แทนที่ 得 นะจ๊ะ

得 คืออะไรกานพี่น้อง?? ถ้าเป็นภาษาไทยต้องแปลไหม ถ้าแปลแล้วแปลว่าอะไรอ่ะ (ตอนที่ 1)

สุ่ยหลินมั่นใจล้านเปอร์เซ็นต์ว่าคนเรียนภาษาจีนใหม่ๆ ต้องได้เจอกับตัวอักษรตัว 得 [de] เนี้ย แล้วก็จะงงว่ามันคืออาไล ทำไมต้องมี มีหรือไม่มีในประโยคก็ความหมายเท่าเดิม (เด๊ะ!) แล้วเวลาแปลต้องแปลไหมฮึ?

วันนี้มาเคลียร์ใจใสกระจ่างกับ 得 กันน้า

Popular Posts

My Favorites

เทคนิคการเรียนภาษาจีนจากแฟนเพจ

เทคนิคการเรียนภาษาจีนจากแฟนเพจ รับประกันความสำเร็จ!! อ่านสิคะซิส

สวัสดีค่ะแฟนเพจที่น่ารักของสุ่ยหลิน^^ โพสต์ก่อนหน้านี้ถ้าใครจำได้สุ่ยหลินได้มีการขอให้แฟนเพจแชร์เทคนิคการเรียนภาษาจีนของตัวเอง พร้อมทั้งเล่าให้ฟังว่าเวลาเรียนภาษาจีนประสบปัญหาอะไรบ้าง เวลาเจอปัญหาพวกนี้แล้วแก้ไขยังไง เทคนิคของแฟนเพจที่เขียนมาน่าสนใจทั้งนั้นเลยค่ะ วันนี้สุ่ยหลินขออนุญาตรวบรวมเทคนิคทั้งหมดแชร์ให้ทุกคนได้อ่านพร้อมๆ กันนะคะ จะได้เอาไปปรับใช้ให้เหมาะกับสไตล์การเรียนของตัวเองนะจ๊ะ ซึ่งจริงๆ เทคนิคในการเรียนแบบนี้มีหลักที่คล้ายๆ กันที่ไม่แตกต่างกันมากค่ะขึ้นกับสไตล์ของแต่ละคน แต่ที่สุ่ยหลินรู้สึกได้ทุกคนล้วนจะต้องมี "จุดร่วม" ดังนี้ 1. ชอบ...