ไวยากรณ์จีน

Home เรียนจีน ไวยากรณ์จีน

是…的 [shì…de] เห็นว่าง่ายๆ แต่ไหงงงทู๊กที!!! (HSK 3)

是....的 HSK

วันนี้สุ่ยหลินพามารู้จักกับ 是…的 กันค่ะ ซึ่งทั้งสองตัวคือ 是 [shì] และ 的 [de] ทุกคนคงรู้จักกันเป็นอย่างดีใช่ไหมคะ เพราะติดโผอยู่ในลิสต์อักษรจีนใช้บ่อยกับเขาด้วยนา แถมยังแอบแจมในข้อสอบ HSK 3 อีกด้วย

แต่ถึงแม้ว่าเราจะรู้จักดีแต่พอมาเป็นโครงสร้าง 是…的 ทีไรเราเป็นต้องงงทู๊กที เพราะไวยากรณ์ตัวเนี้ยไม่เหมือนภาษาไทย แต่ปรากฏว่าคนจีนใช้บ่อยมว๊ากก และเป็นส่วนหนึ่งของข้อสอบ HSK 3 ที่สอบเรื่องเนี้ยประจำด้วยล่ะ

ว่าแล้วอย่ารอช้า มารู้จักโครงสร้าง 是…的 ในวันนี้กันดีกว่าาาาา^^ (ต้องอ่านแบบเอคโค่นะ ถึงจะได้ใจจจจ)

จะเรียงลำดับประโยค ภาษาจีน ยังไงให้ถูก !?!?

โครงสร้างประโยค ภาษาจีน

เวลาเราเริ่มเรียนภาษาที่ 2 หรือ 3 ใหม่ๆ สุ่ยหลินว่าไม่ว่าจะเป็นภาษาอะไรก็ตามรวมถึงภาษาจีนด้วย ก็จะเจอกับปัญหาเรื่องการเรียงประโยคทั้งนั้นเลยนะสุ่ยหลินว่า อย่างภาษาไทยเราพูดว่า “ชั้นกินข้าว” ก็มีบางภาษาอื่นๆ ในโลกบอกว่า “ชั้นข้าวกิน” หรือพูดว่า “ข้าวกินชั้น”  เห้ยยยยย!!!… แต่มีจริงๆนะจะบอกให้

ภาษาจีนก็มีปัญหาเรื่องการเรียงประโยคเหมือนกัน คนต่างชาติเวลาเรียนภาษาจีนใหม่ๆก็มีบ้างที่จะงงกะการเรียงประโยค และเพราะอย่างงี้นี่เอง ในข้อสอบ HSK ถึงกับมี part นึงเลยทีเดียวเชียวที่ทดสอบความสามารถในการเรียงประโยคให้ถูกต้อง ซึ่งหากเราเรียงประโยคได้ถูกต้อง จะมีประโยชน์ม๊ากมากๆเวลาสื่อสารกะคนจีน เพราะเค้าจะเข้าใจเราอย่างแจ่มแจ้ง ว่าเราต้องการอาไรน้าาา…

งั้นวันนี้มารู้จักการเรียงประโยคภาษาจีนอย่างถูกต้มม..เอ้ย ถูกต้องดีกว่า สุ่ยหลินกระซิบจิ๊ดนึงเลยว่า ใครที่เริ่มจะท้อ บอกเรยว่าอย่าเพิ่งน้า เพราะของจีนกะของไทยเรียงใกล้เคียงกันมากแว้วววว มีข้อแตกต่างปลีกย่อยเท่านั้นจ้าาา

ติดตามค่าา

มานี่หน่อย ออกไปไกลๆ กับ 来 และ 去 จ้าา!!!

พวกเราที่เรียนภาษาจีนต้องเคยเห็นคำว่า 来 [lái] กับ 去 [qù] แน่ๆ เลยชิมิ เรารู้ดีว่า 来 คือ”มา”และ 去 คือ “ไป” แล้วเวลาไปป๊ะกะคำอื่่นๆ เช่น 下来 [xiàlái]  ตกลงว่าลงมาหรือลงไป หรืออะไรหว่า จิ งงแท้

วันนี้สุ่ยหลินมาหาคำตอบค่าาา ติดตามน้า

ภาษาจีนเนี่ยก็มีการบอกทิศทางของการกระทำเหมือนภาษาไทยเลยนะ เช่น มานี่ ออกไป ขึ้นไป ลงมา และอีกเยอะแยะ

ซึ่งภาษาจีนเค้าใช้คำว่า 来  และ 去  โดยเอาไปต่อท้ายคำกริยาอื่นๆเพื่อบอกทิศทางการเคลื่อนที่ของการกระทำได้ด้วยค่ะ แถมยังเห็นบ่อย ใช้บ่อยซะด้วยสิ มาดูกันเลยน้าว่าใช้ยังไง?

3 วิธีใช้ 想 [xiǎng] แบบไม่ต้องเสี่ยงใช้ผิด!!

เมื่ออาทิตย์ก่อนสุ่ยหลินได้พูดถึง 要 ไปแล้วในโพส 5 วิธีใช้ 要 ให้ถูกกกก!! มีคำถามเรื่องคำที่คล้ายกับ 要 มามากเลย นั่นก็คือคำว่า 想 [xiǎng] ค่ะ งั้นวันนี้มาจัดดด ตอบคำถามให้เคลียร์คัตกันเรยยน้า

ในโพสก่อนเรารู้กันแล้วว่า 想 [xiǎng] ในความหมายที่สื่อถึง “ต้องการ” ให้ความสุภาพ ดูไม่เป็นการบังคับเมื่อเทียบกับ 要 ในโพสนี้เราจะมาทำความรู้จักกับ 想 ให้มากขึ้น เราจะมารู้กันว่ามันมีความหมายและวิธีใช้แบบอื่นๆ อีกไหม

ติดตามกันได้เลยค่าาา

5 วิธีใช้ 要 ให้ถูกกกก!!

สุ่ยหลินคิดว่าพวกเราที่เรียนภาษาจีนเนี่ยต้องเคยเห็นคำว่า 要 แน่ๆ มาก่อนเรยนะ เพราะ 要 เป็นหนึ่งในตัวที่เห็นบ่อยที่ซู้ดในภาษาจีนค่า

หลายคนคิดว่า 要 แปลได้แค่ว่า “ต้องการ” แต่จริงๆ 要 แปลได้มากกว่านี้อีกล่ะ!

งั้นวันนี้เรามารู้จัก 要 กับความหมายอื่นๆ ที่เราไม่เคยรู้กันจ้า
ติดตามน้าาาตัวเองงง

รูปประโยคของ 要 โดยทั่วไปคือ
(ประธาน) + 要 + กริยา + (กรรม)
ส่วนที่อยู่ในวงเล็บคือมีก็ได้ไม่มีก็ได้ค่ะ
เริ่มเลยนะตะเองงง!

了 อ่านก็ออก เขียนก็ง่าย (อ่านโพสนี้แล้ว)ใช้เป็นชัวร์ๆ จ้าา!!

มีคำๆ นึงที่สุ่ยหลินว่าเห็นบ่อยมากกกก บางทีก็ต่อท้ายประโยคมั่ง บางทีก็แทรกอยู่ในประโยคมั่ง เห็นหน้าจนคุ้นเคยประหนึ่งว่าเป็นญาติ คำๆนั้นคือ 了 นั่นเองงง

แต่ที่ว่าเห็นบ่อย จะเป็นแบบรู้หน้าไม่รู้ใจนะ คือว่าเห็นบ่อย แต่ไม่ค่อยรู้ว่าใช้ตอนไหนดี? เห็นบางทีประโยคนึงใช้ตั้ง 2 ตัวก็มีแน่ะ เอ๋! ประโยคที่มี 了 ตัวเดียวกะ 了 หลายตัวมันต่างกันยังไง?? แล้วจะใช้ยังไง? เมื่อไหร่? ตอนไหน?

งั้นได้เวลามารู้ลึกเกี่ยวกับ 了 ตัวนี้ซักกะทีนะคะ^^

ป่ะ, มั๊ย, ล่ะ ใช้ยังไงให้ถูกนะ?! (吧, 吗, 呢)

ภาษาจีนเนี่ยก็มีคำเสริมน้ำเสียงเหมือนภาษาไทยเหมือนกันนะ!

อย่างเวลาเราพูดภาษาไทย เช่น ชวนเพื่อนไปดูหนัง เราก็ชอบพูดว่า “ไปดูหนังกันเถอะ” หรือ “กินข้าวกันป่ะ”  คำว่า “เถอะ” หรือ “ป่ะ” เนี่ย ถ้ามีคนต่างชาติมาถามเราว่าแปลว่าไร? สุ่ยหลินว่าเรามีนงงไปแปดตลบ จะอธิบายไงดีหว่า??

คือมันต้องมี ไม่มีแล้วดูแปลกๆ ว่าม่ะ?

ภาษาจีนก็เป็นแบบนี้เปี๊ยบเลยค่าา มักมีคำห้อยท้ายแบบนี้ด้วย เราเรียกคำพวกนี้ว่าคำเสริมน้ำเสียงค่ะ เพื่อบอกว่าคนพูดสื่อความหมายถึงประโยคที่พูดนั้นยังไงค่ะ  งั้นวันนี้มารู้จักคำเสริมน้ำเสียงที่ใช้บ่อยที่ซู้ดในภาษาจีนกันน้าา

我们 VS 咱们 ต่างกันตรงไหนอ่ะ???

“我” เป็นสรรพนามตัวแรกเลยนะที่เราต้องเรียนในภาษาจีน จากนั้นมาก็ค่อยเรียนตัวอื่่นๆ เช่น 你,他,她,它,您 อะไรๆ ก็ว่าไป

พอรูปเอกพจน์ได้ อันดับต่อมาก็ต้องเป็นรูปพหูพจน์มั่ง เช่น 我们,你们,他们,她们,它们….ตัวอื่นๆ เรารู้หมด แต่มาสะดุดเอาตัวสุดท้ายที่ 咱们!

หืมมม์ม์ 咱们 แปลว่าอะไรนะ??

5W 1H ในภาษาจีน

ตอนสมัยเราเรียนภาษาอังกฤษ คุณครูเค้าก็ให้เราท่อง 5W1H ใช่ไหมคะ จำกันหรือป่าว เพราะ 5W 1H เป็นการตั้งคำถาม เพื่อบอกว่า ใคร ทำอะไร ที่ไหน เมื่อไหร่ ยังไงและทำไม (Who, What, When, Where, Why & How)

ภาษาจีนก็มีเหมือนกันเลยค่าาา และคำพวกเนี้ยเป็นคำสำคัญเพราะเป็นต้นกำเนิดของการถามคำถามในทุกภาษาเลยนะ เอาเป็นว่ารู้ 5W 1H เนี่ยก็ถามอะไรได้ครอบจักรวาลเลยล่ะ (เว่อร์!)

นอกจากนี้ รู้หรือป่าวว่า บางทีเนี่ยเรายังใช้คำพวกนี้ในลักษณะอื่นๆ ที่ไม่ใช่คำถามด้วยนะ งั้นวันนี้เรามารู้จัก 5W 1H ในภาษาจีนกันดีกว่าน้า

ภาษาจีนมี Tense หรือป่าว? วันนี้มีเฉลยนะตะเอง

ตอนเด็กๆ สมัยที่เราเรียนหนังสือในโรงเรียน เวลาเรียนวิชาภาษาอังกฤษสุ่ยหลินมั่นใจว่าทุกคนจะต้องถูกบังคับให้จำเรื่อง Tense แน่นอน เราต้องจำว่า Past Tense ต้องเติม ed นะ (แต่ก็มีบางตัวไม่เติมแถมเปลี่ยนรูปอีกต่างหาก ฮ่วย!) Present Tense ต้องมีรูปกริยาผันตามประธานนะ ส่วน Future Tense ก้อต้องมี will เป็นกริยาช่วยนะ ยังไม่นับ Present Perfect, Perfect Continuous, Past Perfect และอีกต่างๆ นานา กรี๊ด…นี่สุ่ยหลินไม่อยากจะบอกว่าคืนครูหมดแหล่ว เฮ้อ T_T

ที่นี้มาถึงภาษาจีน เลยอยากถามว่าภาษาจีนมี Tense กันไหมน้อออ?

Popular Posts

My Favorites

4 ประโยคตอบรับคำชม ฉบับคนถ่อมตัว อุ อิๆ :)

เคยเป็นแบบสุ่ยหลินไหม? เรียนภาษาจีนใหม่ๆ เวลาเค้าชมเราว่าพูดเก่งน้า เราก็ได้แต่บิดผ้าไปมา เอ้ย ได้แต่ตอบรับว่า 谢谢! ในใจอ่ะอยากจะพูดยาวๆ แต่ก็นึกม่ะไม่ออก ได้แต่ 谢谢! น่ะสิ แล้วจะทำไงดี?? จริงๆ แล้วภาษาจีนมีคำตอบรับคำชมตั้งหลายอย่างแน่ะค่าา นอกจาก...