ภาษาอังกฤษใช้ Tense บอกเหตุการณ์ก่อนหลัง แล้วภาษาจีนใช้อะไร???

以后, 然后 และ 后来

สวัสดีค่ะแฟนเพจที่น่ารักของสุ่ยหลิน^^ เวลาเราจะเล่าว่าเหตุการณ์อะไร เล่าว่าเหตุการณ์อะไรเกิดก่อน เหตุการณ์อะไรเกิดหลัง ภาษาอังกฤษพอจะมี Tense มาช่วยบอก แล้วภาษาจีนล่ะ เค้าใช้บอกกันยังไง??

ว่ากันตามตรงแล้วจะเล่าลำดับเหตุการณ์ก่อนหลังในภาษาจีนนั้น ก็ไม่ต่างอะไรกับภาษาไทยเลยนะ  เราพูดภาษาไทยเองเราก็เพิ่มเติมคำบอกลำดับก่อนหลังเข้ามา เช่น “หลังจากนั้น”  “ภายหลัง” หรือ “ตอนหลัง” ภาษาจีนก็เหมือนกันเด๊ะๆ เลย ไม่ยากเลยใช่ไหมเอ่ย ติดตามแบบละเอียดกันต่อเลยค่าา

ซีรีส์คำเหมื๊อนเหมือน ตอน:知道 [zhīdào] 认识 [rènshi] 熟悉 [shúxī] แปลว่ารู้จักเหมือนกัน แต่ระดับมันต่างกัน!!

สวัสดีค่าาแฟนเพจที่น่ารักของสุ่ยหลินทุกคนคะ^^ สุ่ยหลินไปย้อนดูโพสเก่าๆ ของสุ่ยหลินเจอว่าตัวเองทำซีรีส์คำเหมื๊อนเหมือนออกมาเยอะแยะเลยค่ะ มีเป็นสิบๆ ตอนเลยนะ ใครยังไม่ได้อ่านตอนไหนกดรูปแว่นขยาย search หา “คำเหมื๊อนเหมือน” ได้เลยนะจ๊ะ

ซึ่งจริงๆ แล้วถ้าถามสุ่ยหลิน ซีรีส์คำเหมื๊อนเหมือนทำขึ้นมาเพื่อตอบปัญหาเรื่องคำที่มีความหมายใกล้เคียงกันในภาษาจีน (近义词) ซึ่งมีเยอะมว๊ากกก จะเยอะไปไหนจ๊ะ ที่สำคัญคำพวกนี้ก็สมชื่อ คือต่างกันทีอย่างละนิดอย่างหน่อย ประมาณว่าภาษาไทยใช้คำเดียวครอบคลุมทุกสถานการณ์แต่ภาษาจีนแยกใช้ออกเป็นคำนี้ คำนั้น คำนู้นนน TT

และเพราะว่าซีรีส์คำเหมื๊อนเหมือนสำคัญแบบนี้นิเอง สุ่ยหลินเลยมีแผนว่าจะรวบเล่มและจะเขียนตอนใหม่เพิ่มเติมเข้าไปด้วยแฟนเพจคนไหนสนใจ ยกมือ (คอมเม้นท์) ให้สุ่ยหลินรู้บ้างนะจ๊ะ จะได้ทำให้ถูกใจค่าาา

และในโพสวันนี้ก็เหมือนกัน ทั้ง 知道 [zhīdào] 认识 [rènshi] และ 熟悉 [shúxī] ต่างก็แปลง่ายๆ ว่ารู้จักค่ะ แต่ต่างกันที่ดีกรี เอ่???  วันนี้เรามารู้จักทั้ง 3 คำ ให้ลึกกว่าแค่แปลว่ารู้จักกันในโพสนี้กับสุ่ยหลินค่าา

他给我买了一本书。 ตกลงว่า 他 หรือ 我 ใครกันแน่ที่เป็นคนซื้อหนังสือ??

介词

สวัสดีค่ะมิตรรักแฟนเพจที่น่ารักของสุ่ยหลินทุกคนคะ^^  นานแล้วเนอะที่เราไม่ได้เรียนไวยากรณ์กัน งั้้นโพสนี้สุ่ยหลินขอจัดไวยากรณ์ที่เจอบ่อยมาให้แฟนเพจค่าา

ไวยากรณ์ตัวนี้ว่าด้วยเรื่องคำบุพบทกันค่ะ อ่านแล้วอย่าเพิ่งทำหน้าเบื่อ! เพราะพวกเราคนเรียนภาษาจีนใหม่ๆ ต้องมีงงกันแน่ ยิ่งกับคำบุพบท 给 อย่างประโยคในหัวเรื่อง คืองงว่า เค้าเป็นคนซื้อหนังสือ หรือว่าชั้นเป็นคนซื้อหนังสือกันแน่???

จะตอบคำถามได้ต้องรู้จักคำบุพบทในภาษาจีนกันก่อนนะ งั้นไม่รอช้ามารู้จักคำบุพบทกันในโพสนี้ของสุ่ยหลินค่า^^

คุยตลอด คุยกันบ่อยๆ นานๆคุยกันที ไม่ค่อยได้คุย ไม่ได้คุยกันเลยอ่ะ?? (คำบอกดีกรีความถี่ในภาษาจีน)

สวัสดีค่ะมิตรรักแฟนเพจที่น่ารักของสุ่ยหลินทุกคนคะ^^ โพสนี้ยังคงเป็นคำถามจากแฟนเพจเหมือนเคยค่ะ แฟนเพจถามเข้ามาเรื่องคำว่า 向来 [xiànglái]、一向 [yīxiàng]  เปิดดิกดูได้ความหมายว่า “บ่อยๆ” ใช้อะไร?? ยังไงนะ??

ทั้ง 向来、一向 ทั้งคู่ต่างกันเป็นคำบอกดีกรีในภาษาจีนค่าา อย่ากระนั้นเลยโพสนี้สุ่ยหลินขอรวบรวมคำบอกดีกรีในภาษาจีนที่เจอบ่อยๆ มาให้แฟนเพจดีกว่า ติดตามกันเลยนะจ๊ะ จุ๊บๆๆ

สุ่ยหลินขอเริ่มต้นด้วยประโยคง่ายๆ อย่าง 他跟我说话。[Tā gēn wǒ shuōhuà.] “เค้าคุยกับชั้น” แล้วค่อยๆเพิ่มดีกรีความถี่เข้าไปนะจ๊ะ

 

**สุ่ยหลินต้องบอกก่อนเลยว่าดีกรีที่เป็น % นี้เป็นตัวเลขประมาณการนะจ๊ะ เพื่อให้เข้าใจดีกรีของศัพท์ง่ายขึ้น ไม่ได้เป๊ะๆ เพราะคนจีนแต่ละคนก็บอกตัวเลขของศัพท์พวกนี้เป็นตัวเลขประมาณการไม่เป๊ะเหมือนกันค่าา**

ซีรีส์คำเหมื๊อนเหมือน ตอน:一点儿 (นิดนึง) กับ 一些 (ส่วนนึง) ต่างกันตรงไหน???

สวัสดีค่าแฟนเพจที่น่ารักของสุ่ยหลินคะ^^ วันนี้สุ่ยหลินมากับเรื่องจิ๊บๆ แต่อาจจะไม่จิ๊บสำหรับบางคน นั่นคือเรื่องของ 一点儿 [yīdiǎnr] กับ 一些 [yīxiē] ค่ะ ในเมื่อทั้งคู่ก็แปลว่า “(จำนวน) เล็กน้อย” ด้วยกันทั้งคู่เลย ถ้าแปลเหมือนกันแล้วใช้แทนกันได้หรือเปล่าเอ่ย? ถ้าไม่เหมือน แล้วมันต่างกันตรงไหน?? ยังไง??? เค้างงนะ!

ติดตามสุ่ยหลินเฉลยได้ในซีรีส์คำเหมื๊อนเหมือน ตอน:一点儿 (นิดนุง) กับ 一些 (ส่วนนึง) ในโพสนี้เลยค่าา

เรื่องของ 定语 ส่วนขยายคำนาม ดราม่าเอยจงซับซ้อนขึ้น ตอน 1

定语 and 的

สวัสดีค่ะแฟนเพจที่น่ารักของสุ่ยหลินทุกคนคะ^^ ได้เวลาห่างหายจากโพสไวยากรณ์ไปตั้งนาน ได้เวลากลับมาเรียนไวยากรณ์กันแล้วนะจ๊ะ โพสนี้ของสุ่ยหลินอยากจะพูดถึง 1 ในส่วนประกอบของไวยากรณ์ที่สำคัญที่สุดอย่างนึงในภาษาจีน สิ่งนั้นก็ 定语 [dìngyǔ] ส่วนขยายคำนามค่าาาา

ส่วนขยายคำนามคืออะไร?? มา มา เดวสุ่ยหลินจะอธิบายให้ฟังจ๊ะ มาติดตามว่าต้องใช้ยังไง? แล้ววางตำแหน่งไว้ไหนของประโยค?? ได้ในโพสนี้กับสุ่ยหลินค่าา

สุ่ยหลินพูดเลยว่าหนึ่งในความยากของภาษาจีนเรื่องนึงก็คือ 定语 นี่เลยจ๊ะ เพราะถ้าเราอยากจะรายละเอียดของคำนามที่ตามหลังมา เช่น เป็นของใคร สีอะไร จำนวนเท่าไหร่ คุณสมบัติ (เช่น สี วัสดุ) เป็นยังไง  ก็ต้องใช้ 定语 [dìngyǔ] เค้าหล่ะ ยิ่งละเอียดมากส่วนขยายที่ว่าก็ยิ่งยาวมาก แต่มันก็เป็นสิ่งเราควรรู้ไว้ ถึงแม้ว่าเราจะเรียงไม่ถูก แต่อย่างน้อยก็ให้รู้ไว้ว่าไอ้ที่ยาวๆ เป็นวาในหน้าหนังสือหรือในหน้าข้อสอบส่วนไหนคือส่วนขยาย? และคำไหนกันแน่ที่คำนามแท้ของประโยค??

ซึ่งถ้าเราแยกออกแล้วล่ะก็ อย่างน้อยก็พอจะรู้แล้วหล่ะว่าใครเป็นประธาน ใครเป็นกรรม (ถ้าแยกไม่ออก ก็จงรู้เถอะว่าเรานี่แหละกรรม!!) เพราะบางทีส่วนขยายเราอ่านไม่ออก หรือไม่รู้จักศัพท์ก็ยังพอจะเดาเรื่องได้หากเรารู้ว่าคำนามแท้ๆ ของประโยคอยู่ตรงไหน ข้อดีมันอยู่ตรงนี้นี่เอง!!!

ไวยากรณ์จีน ไม่เห็นยาก : 不能出来, 不会出来, 出不来 สรุปต่างกันยังไงหว่า??!!

สวัสดีค่าแฟนเพจที่น่ารักของสุ่ยหลินทุกคน^^ ถ้าใครจำกันได้สุ่ยหลินเคยเขียนโพสเรื่อง 趋向补语 [qūxiàng bǔyǔ] แปลเป็นไทย (ให้งง) ว่าบทเสริมกริยาบอกทิศทางค่า เพราะเป็นรูปแบบภาษาประเภทหนึ่งที่คนจีนใช้กันบ๊อยบ่อย อ่อยๆๆๆ (คือบ่อยมากอ่ะค่ะ)

วันนี้สุ่ยหลินคิดว่าได้เวลาศุภฤกษ์ในการกลับมาเรียนเรื่อง 趋向补语 กันอีกหน (จั่วหัวได้เว่อร์วัง) คราวนี้มาผสานพลังกับ 会 และ 能  ลองดู 3 ประโยคนี้กันก่อนน้า สุ่ยหลินเฉลยก่อนเรยว่าทั้ง 3 ประโยคข้างล่างเนี้ยผลลัพธ์เหมือนกันคือ “เค้าออกมาไม่ได้” แล้ว 3 ประโยคนี้ต่างกันตรงไหน? หรือเค้าเขียนคนละอย่างให้โก้ๆ ไปอย่างนั้นหรา???

他不出来
Tā bù néng chūlái.

他不出来
Tā bù huì chūlái.


Tā chū bù lái.

ติดตาม 趋向补语 บทเสริมกริยาบอกทิศทาง (อีกหน) บวกด้วย “能” และ “会” ให้งงเพิ่ม เย้ย…ให้เก่งขึ้น ในโพสนี้กะสุ่ยหลินค่า^^

ซีรีย์คำเดียวกัน แต่ไหงอ่านไม่เหมือนกัน ตอน: 教 [jiāo] หรือ [jiào] กันแน่???

สวัสดีค่าแฟนเพจที่น่ารักของสุ่ยหลินทุกคน^^ ห่างหายจากซีรีย์คำเดียวกัน แต่ไหงอ่านไม่เหมือนกันไปสักพักนะจ๊ะ ได้เวลากลับมาปวดหัว เย้ยย…เรียนกับ 多音词 [duōyīncí] = คำหลายเสียงในภาษาจีนกันแล้วน้าา วันนี้สุ่ยหลินขอนำเสนอคำที่เรารู้จักกันดีมากๆ คือคำว่า 教 ที่เรารู้จักกันแปลว่า “สอน” เพราะเราต้องเข้า “ห้องเรียน” 教室 กันมาแล้วทุกคนใช่ป่าวจ๊ะ?

ว่าแต่คำนี้ไหงบางทีได้ยินคนจีนอ่านว่า [jiāo]  บางทีอ่านว่า [jiào] อ่ะ?? แถมคำว่า 教授 ที่เรารู้จักว่าหมายถึง “ศาสตราจารย์” ตกลงอ่านว่า [jiàoshòu] หรือ [jiāoshòu] กันแน่?? ถ้าอ่านว่า [jiàoshòu] ทำไมบางทีได้ยินคำว่า [jiāoshòu] แต่เขียนแบบนี้เหมือนกันเด๊ะๆ เลยอ่ะ ตกลงว่าเค้าผิดหรือชั้นงงเอง!! TT

ติดตามเรื่อง 教 คำหลายเสียง เรื่องสอนๆ ที่เหมือนง่ายๆ แต่ไม่ง่ายได้ในโพสนี้กะสุ่ยหลินค่าา^^

เรื่องเน้นๆกับ 已经…了

สวัสดีค่าแฟนเพจที่น่ารักของสุ่ยหลิน^^ ห่างหายจากไวยากรณ์ไปซะนาน งั้นวันนี้เรามาเรียนรู้ไวยากรณ์ง๊ายง่ายให้เหมาะกับวันหยุดกันอีกครั้งนะจ๊ะ ไวยากรณ์ที่ว่าก็คือ 已经…了 [yǐjīng…le] ความสามารถพิเศษของคำนี้ก็คือ “เน้น”ว่าเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นแล้วน้าา หากว่าเราอยากจะเน้นอะไร เราก็เอา 已经 ไปไว้หน้าตรงส่วนที่ต้องการเน้น และจบประโยคด้วย了 เป็นอันเสร็จสิ้น ง่ายฝุดๆ ม่ะ? ว่าแต่ 已经 …了 เน้นอะไรได้บ้างล่ะนี่? ถ้าอยากรู้ก็ต้องอ่านต่อนะจ๊ะ แล้วจะอึ้ง! ทึ่ง! ว่าเห้ยย..เน้นได้เยอะขนาด??

ติดตาม เรื่องเน้นๆ เวลาเราอยากจะเน้น กับ 已经…了 ได้ในโพสนี้กับสุ่ยหลินเรยค่า

“ปัจจุบัน” ในภาษาจีน??

สวัสดีค่าแฟนเพจที่น่ารักของสุ่ยหลินทุกคน^^ อย่างที่เรารู้กันว่าภาษาจีนก็เหมือนภาษาไทยตรงที่ไม่มี Tense ให้ยุ่งยากลำบากสมองเหมือนภาษาอังกฤษหรือฝรั่งเศส (ไม่ต้องผันรูปกริยาให้เมื่อยตุ้ม)  แต่มักจะใช้คำบอกเวลาให้เราได้รู้ว่าเหตุการณ์ที่กล่าวถึงเกิดขึ้นไปยัง? กำลังเกิดหรือยังไม่เกิดล่ะ?

จริงๆ แล้วก็ไม่ต่างอะไรกับภาษาไทยหรอกนะคะ เพราะภาษาไทยก็มีคำทำนองนี้เหมือนกัน เช่น กินข้าว “แล้ว” หรือ “เคย” ไปเมืองจีนแล้ว หรือ “กำลังจะ” ไปเที่ยว ฯลฯ สุ่ยหลินเคยเขียนโพสเรื่อง  ภาษาจีนมี Tense หรือป่าว? วันนี้มีเฉลยนะตะเอง ใครลืมไปแล้วหรือยังไม่ได้อ่านคลิกครัชชช

ที่นี้วันนี้สุ่ยหลินอยากเจาะลึกเรื่อง “ปัจจุบัน” ในภาษาจีนกันโหน่ย เพิ่มเติมจากจากโพสข้างบนให้ละเอียดมากขึ้น เพราะประโยคที่เกี่ยวเนื่องกับเวลาปัจจุบันก็ถือว่าเป็นประโยคยอดฮิตที่เราใช้กันบ่อยๆในชีวิตประจำวันค่า ติดตามเรื่อง “ปัจจุบัน” ในภาษาจีน?? ว่าเค้าใช้ยังไงได้อีกมั่งในโพสนี้กะสุ่ยหลินค่าา^^

Popular Posts

My Favorites

离合词

มารู้จักกับ 离合词 [líhécí] กานนน!! (รักกันอยู่ด้วยกันก็ได้ แยกกันกลับมารักอีกก็ยังด้าาายย)

มีคำลักษณะพิเศษในภาษาจีนอยู่อย่างนึง ซึ่งเป็นคำที่คนไทยชอบใช้ผิดกันบ่อยมากๆ เพราะว่าภาษาไทยของเราม่ะมีค่า คำประเภทนี้ภาษาจีนเค้าเรียกว่า 离合词 คำแบบนี้คนไทยเราไม่ค่อยคุ้นเคยและที่เราชอบทำผิดบ่อยๆ ก็คือชอบเติมคำนาม (ที่ทำหน้าที่เป็นกรรมของประโยค) ไว้ข้างหลังกริยาประเภทนี้ ซึ่งเอาจิงก็น่างงนะ เพราะ กริยา+กรรม ก็ต้องถูกแล้วนิ แต่มันม่ายถูกจ้าาา...