ภาษาอังกฤษใช้ Tense บอกเหตุการณ์ก่อนหลัง แล้วภาษาจีนใช้อะไร???

以后, 然后 และ 后来

สวัสดีค่ะแฟนเพจที่น่ารักของสุ่ยหลิน^^ เวลาเราจะเล่าว่าเหตุการณ์อะไร เล่าว่าเหตุการณ์อะไรเกิดก่อน เหตุการณ์อะไรเกิดหลัง ภาษาอังกฤษพอจะมี Tense มาช่วยบอก แล้วภาษาจีนล่ะ เค้าใช้บอกกันยังไง??

ว่ากันตามตรงแล้วจะเล่าลำดับเหตุการณ์ก่อนหลังในภาษาจีนนั้น ก็ไม่ต่างอะไรกับภาษาไทยเลยนะ  เราพูดภาษาไทยเองเราก็เพิ่มเติมคำบอกลำดับก่อนหลังเข้ามา เช่น “หลังจากนั้น”  “ภายหลัง” หรือ “ตอนหลัง” ภาษาจีนก็เหมือนกันเด๊ะๆ เลย ไม่ยากเลยใช่ไหมเอ่ย ติดตามแบบละเอียดกันต่อเลยค่าา

ซีรีย์คำเหมื๊อนเหมือน ตอน 为 [wèi] และ 为了 [wèile] ต่างกันยังไงฟร่ะ?? (HSK 3)

สุ่ยหลินและเรียนจีนให้ได้จีนกลับมาอีกหนกับซีรีย์คำเหมื๊อนเหมือนตอนคำบุพบท 为 [wèi] และ 为了 [wèile] นะค้าาา นอกจากคำสองคำนี้จะแปลคล้ายกันแล้ว ยังเป็นส่วนหนึ่่งของข้อสอบ HSK3 ที่มักลับลวงพรางให้หมูน้อยๆ อย่างเราชวนงุงงง สับสนเป็นที่สุด

ถ้าเราลองเปิดดิกดูเราจะเจอว่า 为 = เพื่อ และ 为了 = เพื่อเป้าหมายที่จะ….

งงม่ะคะ??

งั้นมาติดตามความต่างของ 为 และ 为了 แบบทีเดียวโป้งจอด…เย้ย..แบบชัดๆ ไม่งงได้ในโพสนี้ค่าาา^^

เทคนิคพิชิตข้อสอบอ่าน HSK 3 !! (阅读部分)

คราวที่แล้วสุ่ยหลินคุยเรื่องเทคนิคพิชิตข้อสอบฟัง HSK 3 !! (听力部分) ไปแล้วนะคะ ใครยังไม่ได้อ่านคลิกลิงค์ได้เรยนะ

และแล้วเราก็มาถึง part ต่อไป นั่นคือ part การอ่าน  (阅读部分) part นี้จะว่ายากก็ไม่เชิง จะว่าง่ายก็มิใช่ แล้วมันคืออาไลหว่าาา!! 哈哈哈。。。

สุ่ยหลินขอสรุปว่าไม่มีอะไรยากเกินความสามารถของเราหรอกค่า ถ้าเราจะทำซะอย่างอ่ะนะ เพราะถ้าเราไม่อยากทำ แค่เดินไปซื้อข้าวหน้าปากซอยยังไม่อยากเดินเล้ย เชื่อสุ่ยหลินเห๊อะ! (เพราะเป็นมาหมดแล้วอ่ะดิ)

วันนี้มาติดตามเทคนิคทำข้อสอบอ่านให้ได้คะแนนดีๆ ดีกว่าเนอะ เรียกว่าเค้าจะชำแหละทุกส่วนๆๆ เล้ยย

得 สามเกลอสุดท้าย (ซีรีย์สามเกลอ 的, 地 และ 得)

มาถึงตัวสุดท้ายของสามเกลอ “เตอะ” นั่นก็คือ 得 ที่มีชื่อเล่นว่า 双人得 [shuāngrén de] เพราะ 偏旁 [piānpáng] อักษรประกอบตัวหน้า (彳) เหมือนเป็นคนสองคนในสายตาคนจีนค่า (人人)

ซึ่งจริงๆ แล้ว 得 ตัวนี้เนี่ย สามารถตามหลัง Verb หรือ Adjective ก็ได้ค่ะ โดยคำหรือวลีที่ตามหลัง 得 อีกทีจะทำหน้าที่เสริมบอกอาการ สภาพ หรือระดับของ Verb / Adjective ค่ะ

พูดไปเดวงง มารู้จัก job description หน้าที่ของ 得 กันดีกว่าจ้า^^ อ่านโพสนี้ปุ๊ปหายงงทันที อิ อิ

ชั้นสวยกว่าหล่อน!!! (ประโยคเปรียบเทียบ 比และ 没有 – HSK 3)

比และ 没有
ประโยคเปรียบเทียบ 比และ 没有 – HSK 3

ในภาษาจีนเนี่ย ก็มีประโยคเปรียบเทียบเหมือนกันนะคะ เหมือนกับภาษาไทยเวลาเราจะเปรียบอะไรกับอะไรว่าดีกว่า สวยกว่า หรือถูกกว่า ประโยคแบบนี้ภาษาจีนเค้าเรียกว่า 比较句 [bǐjiào jù] หรือประโยคเปรียบเทียบนั่นเองงงงง

วันนี้เรามารู้จัก 比较句 กันดีกว่า เพราะเวลาจะบอกว่าชั้นเริ่ดกว่าเธอวว์เราจะได้พูดได้ ….หรือจะบอกว่าแฟนเค้าหล่อกว่าแฟนชั้น ก็จะได้พูดได้ด้วย เป็นงั้นไป แป่ว TT

ติดตามจ้า

ซีรีย์คำเหมื๊อนเหมือน 时间และ 时候 คือเวลาเหมือนกันแต่ไหงใช้ไม่เหมือนกัน??

สวัสดีค่า แฟนเพจที่น่ารักของสุ่ยหลิน^^ เช่นเคยเนอะต้นสัปดาห์เราต้องกลับมาเรียนหนังสือกันแล้ว หลังจากลั้นลาดูหนัง ดูละครไปในวันศุกร์ อิ อิ  วันนี้เรามารู้จักคำ 2 คำที่เรารู้จักกันดีแต่งงกันทู้กที ว่าคำไหนใช้ตอนไหนกันแน่นะ และเป็นหนึ่งในคำถามจากทางบ้านที่แฟนเพจของสุ่ยหลินถามเข้ามาด้วยค่าา

2 คำนั้นก็คือ 时候 [shíhou] กับ 时间 [shíjiān] เรารู้ว่าทั้ง 2 คำเนี้ยมีความหมายเกี่ยวกับเวลาค่ะ ถ้าเปิดดิกอาจจะงงขึ้นอีก เพราะดันแปลเหมือนกันเป๊ะๆ นั่นคือคือ time และ period แต่จริงๆแล้ว 时候 และ 时间 มีความหมายในรายละเอียดปลีกย่อยน้อยๆ และวิธีการใช้ที่ต่างกันนะค้า

ติดตาม 时间และ 时候 แปลว่าเวลาเหมือนกันแต่ไหงใช้ไม่เหมือนกัน?? ในโพสนี้กะสุ่ยหลินค่าา

คุยตลอด คุยกันบ่อยๆ นานๆคุยกันที ไม่ค่อยได้คุย ไม่ได้คุยกันเลยอ่ะ?? (คำบอกดีกรีความถี่ในภาษาจีน)

สวัสดีค่ะมิตรรักแฟนเพจที่น่ารักของสุ่ยหลินทุกคนคะ^^ โพสนี้ยังคงเป็นคำถามจากแฟนเพจเหมือนเคยค่ะ แฟนเพจถามเข้ามาเรื่องคำว่า 向来 [xiànglái]、一向 [yīxiàng]  เปิดดิกดูได้ความหมายว่า “บ่อยๆ” ใช้อะไร?? ยังไงนะ??

ทั้ง 向来、一向 ทั้งคู่ต่างกันเป็นคำบอกดีกรีในภาษาจีนค่าา อย่ากระนั้นเลยโพสนี้สุ่ยหลินขอรวบรวมคำบอกดีกรีในภาษาจีนที่เจอบ่อยๆ มาให้แฟนเพจดีกว่า ติดตามกันเลยนะจ๊ะ จุ๊บๆๆ

สุ่ยหลินขอเริ่มต้นด้วยประโยคง่ายๆ อย่าง 他跟我说话。[Tā gēn wǒ shuōhuà.] “เค้าคุยกับชั้น” แล้วค่อยๆเพิ่มดีกรีความถี่เข้าไปนะจ๊ะ

 

**สุ่ยหลินต้องบอกก่อนเลยว่าดีกรีที่เป็น % นี้เป็นตัวเลขประมาณการนะจ๊ะ เพื่อให้เข้าใจดีกรีของศัพท์ง่ายขึ้น ไม่ได้เป๊ะๆ เพราะคนจีนแต่ละคนก็บอกตัวเลขของศัพท์พวกนี้เป็นตัวเลขประมาณการไม่เป๊ะเหมือนกันค่าา**

有点儿 VS 一点儿 อันไหนน้อยกว่ากัน?

有点儿 一点儿

สุ่ยหลินว่าเรารู้จักคำว่า “点” ในภาษาจีนมาบ้างแล้วนะคะ คำนี้นอกจากจะแปลว่า “จุด” เช่น 三点五 [sān diǎn wǔ]  = สามจุดห้า หรือแปลว่า  “สั่ง (อาหาร)” เช่น 点菜 [diǎncài] แล้ว ก็ยังเป็นหน่วยนับของเวลาเป็นชั่วโมงได้อีกด้วยล่ะ เช่น 三点 [sān diǎn] = 3 โมง เป็นต้นค่ะ แต่พอเราเอา + 点儿 กลายเป็น 一点儿 ในเมื่อ 一  = หนึ่ง งั้น 一点儿 ก็น่าจะแปลว่าอะไรเล็กๆนะ  แถมยังมีอีกคำ + 点儿 กลายเป็น 有点儿  เอ๋!เริ่มงงล่ะว่าสองคำนี้ต่างกันยังไง?? แล้วจะแปลว่าอะไรดี ที่สำคัญตัวไหนน้อยกว่าตัวไหนล่ะ??

สุ่ยหลินมีคำตอบให้ค่ะ^^ ตามอ่านกันเลย

การซ้ำคำในภาษาจีน (PAT 7.4 เฉพาะกิจ!!)

การซ้ำคำในภาษาจีน

สวัสดีค่ะแฟนเพจที่น่ารักของสุ่ยหลิน^^ โพสนี้สุ่ยหลินถือว่าเป็นโพสเฉพาะกิจเพื่อน้องๆ ที่กำลังจะสอบ PAT7.4 ในวันที่ 27 กพ.เลยค่ะ  สุ่ยหลินขอเลือกเอาหนึ่งในเรื่องชอบออกข้อสอบใน PAT7.4 มาเล่าให้ฟังนะจ๊ะ

เรื่องนั้นก็คือ “การซ้ำคำ” ในภาษาจีนค่ะ จะเป็นยังไงนั้น ติดตามได้เลยโดยด่วนจ้าา (เวลาสอบเห็นเรื่องนี้ปุ๊ปอย่าลืมคิดถึงพี่สุ่ยหลินนาจา อิ อิ)

สุ่ยหลินว่าพวกเราที่เรียนภาษาจีนเนี่ย ต้องผ่านตาการซ้ำคำในภาษาจีนกันมามั่ง อย่างเช่นประโยคพูดบ่อยๆเลยก็ต้อง 谢谢![xièxie]  ประโยคยาวอีกนิดก็อย่างเช่น 你看看。[Nǐ kànkan.] แบบมาซ้ำเป็นคู่ก็มีนะ 全家上上下下都很高兴。[Quánjiā shàngshàng xiàxià dōu hěn gāoxìng.] และที่สำคัญเรื่องนี้นอกจากจะออกสอบ HSK แล้ว ยังชอบไปโผล่ใน PAT 7.4 ด้วยนะ รีบตามมาอ่านด่วนเพราะได้สองเด้งเลยน้าาา

着,了 และ 过 ตัวช่วยบอก Tense ในภาษาจีน

สวัสดีค่ะแฟนเพจที่น่ารักของสุ่ยหลิน^^ ห่างหายจากการเขียนโพสไวยากรณ์ไปน้านนานนะคะ โพสนี้สุ่ยหลินกลับมาพร้อมกับไวยากรณ์ง่ายๆ แต่ใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวันของคนจีนค่ะ

ไวยากรณ์ตัวนั้นก็คือ 着 [zhe],了 [le] และ 过 [guò] สามตัวนี้ถือว่าผู้เริ่มต้นเรียนภาษาจีนต้องได้ผ่านตาแน่นอน คำถามคือทั้ง 3 ตัวนี้มีไว้ทำไม?  แล้วความหมายต่างกันมั๊ย? ถ้าไม่ต่างจะใส่ไปทำเพื่อ?? ติดตามสุ่ยหลินเฉลยได้ในโพสนี้เลยค่า

Popular Posts

My Favorites

ทำไม (สุ่ยหลิน) ถึงไปเรียนเมืองจีน

ตอนนั้นที่สุ่ยหลินตัดสินใจไปเรียนเมืองจีน เป็นช่วงเวลาที่ตัวเองเรียนจบป.ตรีแล้วทำงานแล้ว หน้าที่การงานก็โอ เงินเดือนก็โอ ระหว่างที่สุ่ยหลินทำงานอยู่เพื่อนๆ ร่วมมหาลัยต่างก็ทยอยกันไปเรียนต่อเมืองนอก เช่น อังกฤษ อเมริกา บอกตามตรงว่าตัวเองก็ใช้ชีวิตลั้นลา เงินเดือนใช้ชนเดือนไม่คิดจะเก็บ เคยคิดอยากไปเรียนต่อแต่คิดว่าเราคงไม่ไหวหรอกมั๊ง ไปเรียนอเมริกาใช้ 2 ล้าน...