จะเรียงลำดับประโยค ภาษาจีน ยังไงให้ถูก !?!?

โครงสร้างประโยค ภาษาจีน

เวลาเราเริ่มเรียนภาษาที่ 2 หรือ 3 ใหม่ๆ สุ่ยหลินว่าไม่ว่าจะเป็นภาษาอะไรก็ตามรวมถึงภาษาจีนด้วย ก็จะเจอกับปัญหาเรื่องการเรียงประโยคทั้งนั้นเลยนะสุ่ยหลินว่า อย่างภาษาไทยเราพูดว่า “ชั้นกินข้าว” ก็มีบางภาษาอื่นๆ ในโลกบอกว่า “ชั้นข้าวกิน” หรือพูดว่า “ข้าวกินชั้น”  เห้ยยยยย!!!… แต่มีจริงๆนะจะบอกให้

ภาษาจีนก็มีปัญหาเรื่องการเรียงประโยคเหมือนกัน คนต่างชาติเวลาเรียนภาษาจีนใหม่ๆก็มีบ้างที่จะงงกะการเรียงประโยค และเพราะอย่างงี้นี่เอง ในข้อสอบ HSK ถึงกับมี part นึงเลยทีเดียวเชียวที่ทดสอบความสามารถในการเรียงประโยคให้ถูกต้อง ซึ่งหากเราเรียงประโยคได้ถูกต้อง จะมีประโยชน์ม๊ากมากๆเวลาสื่อสารกะคนจีน เพราะเค้าจะเข้าใจเราอย่างแจ่มแจ้ง ว่าเราต้องการอาไรน้าาา…

งั้นวันนี้มารู้จักการเรียงประโยคภาษาจีนอย่างถูกต้มม..เอ้ย ถูกต้องดีกว่า สุ่ยหลินกระซิบจิ๊ดนึงเลยว่า ใครที่เริ่มจะท้อ บอกเรยว่าอย่าเพิ่งน้า เพราะของจีนกะของไทยเรียงใกล้เคียงกันมากแว้วววว มีข้อแตกต่างปลีกย่อยเท่านั้นจ้าาา

ติดตามค่าา

“ปัจจุบัน” ในภาษาจีน??

สวัสดีค่าแฟนเพจที่น่ารักของสุ่ยหลินทุกคน^^ อย่างที่เรารู้กันว่าภาษาจีนก็เหมือนภาษาไทยตรงที่ไม่มี Tense ให้ยุ่งยากลำบากสมองเหมือนภาษาอังกฤษหรือฝรั่งเศส (ไม่ต้องผันรูปกริยาให้เมื่อยตุ้ม)  แต่มักจะใช้คำบอกเวลาให้เราได้รู้ว่าเหตุการณ์ที่กล่าวถึงเกิดขึ้นไปยัง? กำลังเกิดหรือยังไม่เกิดล่ะ?

จริงๆ แล้วก็ไม่ต่างอะไรกับภาษาไทยหรอกนะคะ เพราะภาษาไทยก็มีคำทำนองนี้เหมือนกัน เช่น กินข้าว “แล้ว” หรือ “เคย” ไปเมืองจีนแล้ว หรือ “กำลังจะ” ไปเที่ยว ฯลฯ สุ่ยหลินเคยเขียนโพสเรื่อง  ภาษาจีนมี Tense หรือป่าว? วันนี้มีเฉลยนะตะเอง ใครลืมไปแล้วหรือยังไม่ได้อ่านคลิกครัชชช

ที่นี้วันนี้สุ่ยหลินอยากเจาะลึกเรื่อง “ปัจจุบัน” ในภาษาจีนกันโหน่ย เพิ่มเติมจากจากโพสข้างบนให้ละเอียดมากขึ้น เพราะประโยคที่เกี่ยวเนื่องกับเวลาปัจจุบันก็ถือว่าเป็นประโยคยอดฮิตที่เราใช้กันบ่อยๆในชีวิตประจำวันค่า ติดตามเรื่อง “ปัจจุบัน” ในภาษาจีน?? ว่าเค้าใช้ยังไงได้อีกมั่งในโพสนี้กะสุ่ยหลินค่าา^^

得 สามเกลอสุดท้าย (ซีรีย์สามเกลอ 的, 地 และ 得)

มาถึงตัวสุดท้ายของสามเกลอ “เตอะ” นั่นก็คือ 得 ที่มีชื่อเล่นว่า 双人得 [shuāngrén de] เพราะ 偏旁 [piānpáng] อักษรประกอบตัวหน้า (彳) เหมือนเป็นคนสองคนในสายตาคนจีนค่า (人人)

ซึ่งจริงๆ แล้ว 得 ตัวนี้เนี่ย สามารถตามหลัง Verb หรือ Adjective ก็ได้ค่ะ โดยคำหรือวลีที่ตามหลัง 得 อีกทีจะทำหน้าที่เสริมบอกอาการ สภาพ หรือระดับของ Verb / Adjective ค่ะ

พูดไปเดวงง มารู้จัก job description หน้าที่ของ 得 กันดีกว่าจ้า^^ อ่านโพสนี้ปุ๊ปหายงงทันที อิ อิ

5 รูปประโยคน่ารู้ของ 很 ^^

5-รูปประโยคน่ารู้ของ-很

สวัสดีค่ะแฟนเพจที่น่ารักของสุ่ยหลิน^^ คำว่า 很 ถือว่าเป็นคำที่พวกเราผู้เริ่มต้นเรียนภาษาจีนรู้จักกันดีที่สุดคำหนึ่งเลยล่ะค่ะ เพราะประโยคแรกๆ ในการเรียนภาษาจีนก็คือ 你好吗? คำตอบเบสิคคือ 我很好!

คำว่า 很 เป็นคำวิเศษณ์ – 副词 ใช้บอกระดับของคำกริยาหรือคุณศัพท์ ถึงแม้จะเป็นคำแรกๆ ที่เรารู้จักแต่ส่วนใหญ่พวกเรารู้จักกันแค่ 很 + คำคุณศัพท์ เช่น 很好 แต่จริงๆแล้ว 很 มีวิธีการใช้อย่างอื่นอีกมาก ดูเหมือนเป็นคำง่ายๆ แต่ใช้จริงได้หลากหลายค่ะ โพสนี้สุ่ยหลินจึงขอนำเสนอการใช้ 很 แบบละเอียดยิบ เรียกว่าอ่านโพสนี้จบ รับรองว่าใช้ 很 ได้อย่างถูกต้องคล่องแคล่วกันเลยทีเดียว

HSK??? ทำไมต้องสอบอ่ะ!! สอบเพื่ออารายยย??

HSK 汉语水平考试

สุ่ยหลินว่าเราหลายคนที่เรียนภาษาจีน ที่สุดแล้วก็คงต้องมีเป้าหมาย เช่น อยากเอนท์มหาลัยอักษรศาสตร์เอกจีน อยากเป็นล่าม อยากไปเรียนต่อเมืองจีน อยากชิงทุน อยากพูดภาษาจีนได้ อยากทำงานที่ต้องใช้ภาษาจีน ฯลฯ

แต่ทั้งนี้ก่อนที่เราจะไปถึงเป้าหมายนั้น ก็คงต้องมีการวัดระดับความรู้ภาษาจีนของเราก่อน เพราะไม่งั้นเราจะบอกกับมหาลัยหรือบริษัทว่า เห้ยย! ภาษาจีนชั้นอ่ะดี คำถามคือที่ว่าดี ดีแค่ไหน? ระดับความดีของแต่ละคนมันไม่เท่ากัน (ฟังแล้วคุ้นๆ เหมือนความสวยป่าวคะ? เราว่าเราสวยสุดในซอยล่ะ ข้างบ้านบอกว่าอย่างงี้บ้านเค้าเรียก สวยที่ท้ายซอยตังหาก!!) ดังนั้น จึงต้องมีมาตรฐานกลางเพื่อวัดความสามารถด้านภาษาจีนขึ้นมา แล้วใช้ไปทั่วโลก

ชั้นสวยกว่าหล่อน!!! (ประโยคเปรียบเทียบ 比และ 没有 – HSK 3)

比และ 没有
ประโยคเปรียบเทียบ 比และ 没有 – HSK 3

ในภาษาจีนเนี่ย ก็มีประโยคเปรียบเทียบเหมือนกันนะคะ เหมือนกับภาษาไทยเวลาเราจะเปรียบอะไรกับอะไรว่าดีกว่า สวยกว่า หรือถูกกว่า ประโยคแบบนี้ภาษาจีนเค้าเรียกว่า 比较句 [bǐjiào jù] หรือประโยคเปรียบเทียบนั่นเองงงงง

วันนี้เรามารู้จัก 比较句 กันดีกว่า เพราะเวลาจะบอกว่าชั้นเริ่ดกว่าเธอวว์เราจะได้พูดได้ ….หรือจะบอกว่าแฟนเค้าหล่อกว่าแฟนชั้น ก็จะได้พูดได้ด้วย เป็นงั้นไป แป่ว TT

ติดตามจ้า

是…的 [shì…de] เห็นว่าง่ายๆ แต่ไหงงงทู๊กที!!! (HSK 3)

是....的 HSK

วันนี้สุ่ยหลินพามารู้จักกับ 是…的 กันค่ะ ซึ่งทั้งสองตัวคือ 是 [shì] และ 的 [de] ทุกคนคงรู้จักกันเป็นอย่างดีใช่ไหมคะ เพราะติดโผอยู่ในลิสต์อักษรจีนใช้บ่อยกับเขาด้วยนา แถมยังแอบแจมในข้อสอบ HSK 3 อีกด้วย

แต่ถึงแม้ว่าเราจะรู้จักดี แต่พอมาเป็นโครงสร้าง 是…的 ทีไรเราเป็นต้องงงทู๊กที เพราะไวยากรณ์ตัวเนี้ยไม่เหมือนภาษาไทย แต่ปรากฏว่าคนจีนใช้บ่อยมว๊ากก และเป็นส่วนหนึ่งของข้อสอบ HSK 3 ที่สอบเรื่องเนี้ยประจำด้วยล่ะ

ว่าแล้วอย่ารอช้า มารู้จักโครงสร้าง 是…的 ในวันนี้กันดีกว่าาาาา^^ (ต้องอ่านแบบเอคโค่นะ ถึงจะได้ใจจจจ)

ซีรีส์คำเหมื๊อนเหมือน ตอน:知道 [zhīdào] 认识 [rènshi] 熟悉 [shúxī] แปลว่ารู้จักเหมือนกัน แต่ระดับมันต่างกัน!!

สวัสดีค่าาแฟนเพจที่น่ารักของสุ่ยหลินทุกคนคะ^^ สุ่ยหลินไปย้อนดูโพสเก่าๆ ของสุ่ยหลินเจอว่าตัวเองทำซีรีส์คำเหมื๊อนเหมือนออกมาเยอะแยะเลยค่ะ มีเป็นสิบๆ ตอนเลยนะ ใครยังไม่ได้อ่านตอนไหนกดรูปแว่นขยาย search หา “คำเหมื๊อนเหมือน” ได้เลยนะจ๊ะ

ซึ่งจริงๆ แล้วถ้าถามสุ่ยหลิน ซีรีส์คำเหมื๊อนเหมือนทำขึ้นมาเพื่อตอบปัญหาเรื่องคำที่มีความหมายใกล้เคียงกันในภาษาจีน (近义词) ซึ่งมีเยอะมว๊ากกก จะเยอะไปไหนจ๊ะ ที่สำคัญคำพวกนี้ก็สมชื่อ คือต่างกันทีอย่างละนิดอย่างหน่อย ประมาณว่าภาษาไทยใช้คำเดียวครอบคลุมทุกสถานการณ์แต่ภาษาจีนแยกใช้ออกเป็นคำนี้ คำนั้น คำนู้นนน TT

และเพราะว่าซีรีส์คำเหมื๊อนเหมือนสำคัญแบบนี้นิเอง สุ่ยหลินเลยมีแผนว่าจะรวบเล่มและจะเขียนตอนใหม่เพิ่มเติมเข้าไปด้วยแฟนเพจคนไหนสนใจ ยกมือ (คอมเม้นท์) ให้สุ่ยหลินรู้บ้างนะจ๊ะ จะได้ทำให้ถูกใจค่าาา

และในโพสวันนี้ก็เหมือนกัน ทั้ง 知道 [zhīdào] 认识 [rènshi] และ 熟悉 [shúxī] ต่างก็แปลง่ายๆ ว่ารู้จักค่ะ แต่ต่างกันที่ดีกรี เอ่???  วันนี้เรามารู้จักทั้ง 3 คำ ให้ลึกกว่าแค่แปลว่ารู้จักกันในโพสนี้กับสุ่ยหลินค่าา

7 คำเชื่อมสันธาน (连词) ที่เจอบ่อยสุดๆ (HSK3)

HSK3
HSK3 连词

สวัสดีค่ะแฟนเพจที่น่ารักของสุ่ยหลิน ^^  โพสนี้ต่อเนื่องมาจาก LIVE ครั้งที่ 53 ตอน: จะสอบ HSK ยังไงให้ผ่าน!!! สุ่ยหลินพูดถึงเทคนิคการพิชิตข้อสอบ HSK ไว้ค่ะ และหนึ่งในนั้นคือการรู้จักคำเชื่อมในภาษาจีน (คำสันธาน) ภาษาจีนเรียก 连词  [liáncí]

พวกคำเหล่าเนี้ย เรียนไปทำไมแล้วมีประโยชน์ยังไงนะ??

ถ้าลองเปรียบเทียบกับภาษาไทยเวลาเราจะเล่าให้เพื่อนฟังว่า “วันนั้นชั้นไปนั่งรถไฟฟ้า กินข้าวผัดปู เจอหน่อย (ชื่อเพื่อน) ซื้อของ ของแพง กลับบ้าน” เราฟังแล้วรู้เรื่องป่าว? คำตอบคือรู้เรื่อง แต่ฟังแล้วรู้สึกแปลกๆ มั๊ย? ถ้าให้สุ่ยหลินเปรียบก็เหมือนกับกินก๋วยเตี๋ยวแห้ง แต่ลืมใส่น้ำมันกระเทียมเจียว มันแห้งแล้ง ฝืดคอตายแหง๋ยังไงชอบกลเนาะ

นั่นก็เพราะสิ่งที่ขาดไปในประโยคข้างบนก็คือคำเชื่อมทั้งหลายนั่นเองค่าาา จริงๆ แล้วเราน่าจะพูดว่า “วันนั้นชั้นไปนั่งรถไฟฟ้า จากนั้นก็ไปกินข้าวผัดปู แล้วก็เจอหน่อย (ชื่อเพื่อน) เสร็จแล้วก็ไปซื้อของ แต่ของกลับ (ดัน) แพง แล้วก็เลยกลับบ้าน” ฟังดูเป็นผู้เป็นคนมากกว่าเดิมแยะ อิ อิ

ดังนั้น คำเชื่อมไม่ว่าภาษาไทยหรือจีนก็ล้วนให้ประโยชน์ ในการทำให้คำพูดของเราหรือการเขียนของเราลื่นไหล บอกเหตุบอกผล และเป็นธรรมชาติมากขึ้น รวมไปถึงช่วยให้เราเดาความหมายของประโยคที่ตามมา ที่เราอ่านไม่เข้าใจทั้งหมดได้ด้วยเวลาสอบ ดังนั้น โพสนี้เรามารู้จักคำเชื่อมสันธานที่ใช้บ่อยๆ ในชีวิตประจำวันและชอบอยู่ในข้อสอบ HSK3 บ่อยๆ ด้วยกันจ๊ะ

คำถามที่ไม่ใช่คำถาม คนจีนพูดแบบนี้ไม่ได้ให้เราตอบนะ!! (แต่เป็นการเน้น)

สวัสดีค่ะแฟนเพจที่น่ารักของสุ่ยหลิน^^ ภาษาจีนเค้ามีวิธีการอย่างนึงคือการเอา “คำถาม” เช่นพวก 谁 , 什么, 哪儿 , 怎么 มาใส่ในประโยคแล้วมันดันไม่ใช่ประโยคคำถาม นั่นหมายถึงว่าเราไม่ต้องตอบเพราะมันเป็นประโยคบอกเล่านี่แหละ แต่คนพูดต้องการบอกเน้นให้รู้ สุ่ยหลินพูดแบบนี้ทุกคนเริ่มงงแล้วใช่ไหมอ่ย?

มาติดตามคำถามที่ไม่ใช่คำถาม ภาษาจีนเรียก 用疑问代词表示强调 (ใช้สรรพนามคำถามเพื่อแสดงการเน้น) ในโพสนี้กับสุ่ยหลินค่ะ

Popular Posts

My Favorites

以为-VS-认为

ซีรีส์คำเหมื๊อนเหมือนตอน : 以为 [yǐwéi] และ 认为 [rènwéi] ก็คิดเหมือนกันนะ (HSK4)

สวัสดีค่ะแฟนเพจที่น่ารักของสุ่ยหลิน^^ หลังจากที่แฟนเพจได้ติดตามซีรีส์คำเหมื๊อนเหมือนของสุ่ยหลินมาตั้งหลายตอนแล้ว ก็คงพอรู้ว่าคำในภาษาจีนมีหลายคำเลยค่ะ ที่แปลออกมาเป็นภาษาไทยแล้วความหมายเหมือนกันหรือไม่ก็คล้ายกันเยอะมากๆ (สุ่ยหลินกล้าพูดได้เลยว่า ภาษาจีนมีคำจำพวกนี้เยอะกว่าภาษาไทยมากกกกค่ะ) ซึ่งพวกคำเหมือนคำคล้ายนี้จะมีความแตกต่างกันนิดๆหน่อยๆ ไม่ว่าวิธีการใช้ที่ต่างกัน ลักษณะของคำที่ต่างกัน หรือมีความหมายที่บางกรณีต้องใช้คำนี้เท่านั้น บางกรณีใช้ไม่ได้แบบนี้นะคะ โพสวันนี้ก็เป็นอีกตอนหนึ่งของซีรีส์คำเหมื๊อนเหมือน ที่สุ่ยหลินว่าพวกเราหลายคนงงค่ะ  นั่นก็คือคำว่า 以为...