ตระกูล “อี” ใน HSK 3 (เวอร์ชั่นไม่ต้องสอบก็รู้ไว้ใช่ว่า ของดีประโยชน์เยอะ!!)

ศัพท์จีน 一

วันนี้สุ่ยหลินมาพร้อมกะคำหยาบบบ….เย้ย ไม่ช่ายค่า ไม่เปลี่ยนแนวนะจ๊ะ^^ อิ อิ แต่มารวมศัพท์ที่มักชอบปรากฏตัวใน HSK 3 ในหมวดตระกูล 一 [yī] ค่าาา ซึ่งเป็นหมวดที่สอบบ๊อยบ่อยๆ แต่เรามักจะสับสน งุนงง ว่าคือไรกันหนอ??

วันนี้มาติดตามศัพท์ตระกูล “อี” กันจ้าา (ไม่ต้องสอบ HSK ก็ใช้ในชีวิตประจำวันเห็นล่ะออกบ่อย ก็ได้นะครัชชช)

ชั้นสวยกว่าหล่อน!!! (ประโยคเปรียบเทียบ 比และ 没有 – HSK 3)

比และ 没有
ประโยคเปรียบเทียบ 比และ 没有 – HSK 3

ในภาษาจีนเนี่ย ก็มีประโยคเปรียบเทียบเหมือนกันนะคะ เหมือนกับภาษาไทยเวลาเราจะเปรียบอะไรกับอะไรว่าดีกว่า สวยกว่า หรือถูกกว่า ประโยคแบบนี้ภาษาจีนเค้าเรียกว่า 比较句 [bǐjiào jù] หรือประโยคเปรียบเทียบนั่นเองงงงง

วันนี้เรามารู้จัก 比较句 กันดีกว่า เพราะเวลาจะบอกว่าชั้นเริ่ดกว่าเธอวว์เราจะได้พูดได้ ….หรือจะบอกว่าแฟนเค้าหล่อกว่าแฟนชั้น ก็จะได้พูดได้ด้วย เป็นงั้นไป แป่ว TT

ติดตามจ้า

นู๋โดนตี!! ว่าด้วยเรื่อง 被字句 [bèizìjù]

被字句

สวัสดีค่า แฟนเพจที่น่ารักของสุ่ยหลิน^^ สุ่ยหลินคลิกมาดูโพสเก่าๆ ในเว็บไซต์ เรียนจีนให้ได้จีน  ก็เจอว่า เอ!สุ่ยหลินห่างหายเขียนโพสไวยากรณ์มาสักพักแระ ได้เวลาที่เราจะกลับไปเรียนไวยากรณ์เข้าใจง่าย สไตล์สุ่ยหลินกันแล้วนะคะ โพสนี้สุ่ยหลินขอนำเสนอแฝดพี่แฝดน้องกับประโยค 把字句 ที่สุ่ยหลินเคยเขียนไว้ก่อนแล้ว นั่นก็คือ 被字句 ที่ถือได้ว่าเป็นแผดคนละฝา เพราะจุดประสงค์ในการใช้และรูปแบบประโยคเป็นคนละแนวกันเลยค่ะ

ติดตามประโยค 被字句 นู๋โดนตี!! ว่าคืออะไร? ยังไง? ได้ในโพสนี้กะสุ่ยหลินค่า

7 คำเชื่อมสันธาน (连词) ที่เจอบ่อยสุดๆ (HSK3)

HSK3
HSK3 连词

สวัสดีค่ะแฟนเพจที่น่ารักของสุ่ยหลิน ^^  โพสนี้ต่อเนื่องมาจาก LIVE ครั้งที่ 53 ตอน: จะสอบ HSK ยังไงให้ผ่าน!!! สุ่ยหลินพูดถึงเทคนิคการพิชิตข้อสอบ HSK ไว้ค่ะ และหนึ่งในนั้นคือการรู้จักคำเชื่อมในภาษาจีน (คำสันธาน) ภาษาจีนเรียก 连词  [liáncí]

พวกคำเหล่าเนี้ย เรียนไปทำไมแล้วมีประโยชน์ยังไงนะ??

ถ้าลองเปรียบเทียบกับภาษาไทยเวลาเราจะเล่าให้เพื่อนฟังว่า “วันนั้นชั้นไปนั่งรถไฟฟ้า กินข้าวผัดปู เจอหน่อย (ชื่อเพื่อน) ซื้อของ ของแพง กลับบ้าน” เราฟังแล้วรู้เรื่องป่าว? คำตอบคือรู้เรื่อง แต่ฟังแล้วรู้สึกแปลกๆ มั๊ย? ถ้าให้สุ่ยหลินเปรียบก็เหมือนกับกินก๋วยเตี๋ยวแห้ง แต่ลืมใส่น้ำมันกระเทียมเจียว มันแห้งแล้ง ฝืดคอตายแหง๋ยังไงชอบกลเนาะ

นั่นก็เพราะสิ่งที่ขาดไปในประโยคข้างบนก็คือคำเชื่อมทั้งหลายนั่นเองค่าาา จริงๆ แล้วเราน่าจะพูดว่า “วันนั้นชั้นไปนั่งรถไฟฟ้า จากนั้นก็ไปกินข้าวผัดปู แล้วก็เจอหน่อย (ชื่อเพื่อน) เสร็จแล้วก็ไปซื้อของ แต่ของกลับ (ดัน) แพง แล้วก็เลยกลับบ้าน” ฟังดูเป็นผู้เป็นคนมากกว่าเดิมแยะ อิ อิ

ดังนั้น คำเชื่อมไม่ว่าภาษาไทยหรือจีนก็ล้วนให้ประโยชน์ ในการทำให้คำพูดของเราหรือการเขียนของเราลื่นไหล บอกเหตุบอกผล และเป็นธรรมชาติมากขึ้น รวมไปถึงช่วยให้เราเดาความหมายของประโยคที่ตามมา ที่เราอ่านไม่เข้าใจทั้งหมดได้ด้วยเวลาสอบ ดังนั้น โพสนี้เรามารู้จักคำเชื่อมสันธานที่ใช้บ่อยๆ ในชีวิตประจำวันและชอบอยู่ในข้อสอบ HSK3 บ่อยๆ ด้วยกันจ๊ะ

着,了 และ 过 ตัวช่วยบอก Tense ในภาษาจีน

สวัสดีค่ะแฟนเพจที่น่ารักของสุ่ยหลิน^^ ห่างหายจากการเขียนโพสไวยากรณ์ไปน้านนานนะคะ โพสนี้สุ่ยหลินกลับมาพร้อมกับไวยากรณ์ง่ายๆ แต่ใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวันของคนจีนค่ะ

ไวยากรณ์ตัวนั้นก็คือ 着 [zhe],了 [le] และ 过 [guò] สามตัวนี้ถือว่าผู้เริ่มต้นเรียนภาษาจีนต้องได้ผ่านตาแน่นอน คำถามคือทั้ง 3 ตัวนี้มีไว้ทำไม?  แล้วความหมายต่างกันมั๊ย? ถ้าไม่ต่างจะใส่ไปทำเพื่อ?? ติดตามสุ่ยหลินเฉลยได้ในโพสนี้เลยค่า

จะเรียงลำดับประโยค ภาษาจีน ยังไงให้ถูก !?!?

โครงสร้างประโยค ภาษาจีน

เวลาเราเริ่มเรียนภาษาที่ 2 หรือ 3 ใหม่ๆ สุ่ยหลินว่าไม่ว่าจะเป็นภาษาอะไรก็ตามรวมถึงภาษาจีนด้วย ก็จะเจอกับปัญหาเรื่องการเรียงประโยคทั้งนั้นเลยนะสุ่ยหลินว่า อย่างภาษาไทยเราพูดว่า “ชั้นกินข้าว” ก็มีบางภาษาอื่นๆ ในโลกบอกว่า “ชั้นข้าวกิน” หรือพูดว่า “ข้าวกินชั้น”  เห้ยยยยย!!!… แต่มีจริงๆนะจะบอกให้

ภาษาจีนก็มีปัญหาเรื่องการเรียงประโยคเหมือนกัน คนต่างชาติเวลาเรียนภาษาจีนใหม่ๆก็มีบ้างที่จะงงกะการเรียงประโยค และเพราะอย่างงี้นี่เอง ในข้อสอบ HSK ถึงกับมี part นึงเลยทีเดียวเชียวที่ทดสอบความสามารถในการเรียงประโยคให้ถูกต้อง ซึ่งหากเราเรียงประโยคได้ถูกต้อง จะมีประโยชน์ม๊ากมากๆเวลาสื่อสารกะคนจีน เพราะเค้าจะเข้าใจเราอย่างแจ่มแจ้ง ว่าเราต้องการอาไรน้าาา…

งั้นวันนี้มารู้จักการเรียงประโยคภาษาจีนอย่างถูกต้มม..เอ้ย ถูกต้องดีกว่า สุ่ยหลินกระซิบจิ๊ดนึงเลยว่า ใครที่เริ่มจะท้อ บอกเรยว่าอย่าเพิ่งน้า เพราะของจีนกะของไทยเรียงใกล้เคียงกันมากแว้วววว มีข้อแตกต่างปลีกย่อยเท่านั้นจ้าาา

ติดตามค่าา

会 [huì], 能 [néng] และ 可以 [kěyǐ] สามนักกีฬาเสื้อสามารถ^^

会 [huì], 能 [néng] และ 可以 [kěyǐ] สามนักกีฬาเสื้อสามารถ^^

สวัสดีค่ะแฟนเพจที่รักของสุ่ยหลิน^^ ตอนแรกที่สุ่ยหลินจะเขียนเรื่อง 会, 能 และ 可以 เนี่ย สุ่ยหลินชั่งใจอยู่นานพอควรเลยค่าา เพราะว่าสามนักกีฬาเสื้อสามารถเนี่ย เป็นหนึ่งในคำถามคลาสสิกที่คนเรียนภาษาจีนหลายคนต้องงงมาก่อน เลยมีเหล่าซือหลายท่านที่เขียนอธิบายเรื่อง 会, 能 และ 可以 มาเป็นอย่างดีแว้วนะคะ

แต่พอเวลาผ่านๆ ไป สุ่ยหลินเองก็สังเกตว่ายังมีแฟนๆ ไม่เข้าใจเรื่องสามตัวนี้อยู่นะ ดังนั้น อย่ากระนั้นเลยเขียนโพสเรื่อง 会, 能 และ 可以 ดีฝ่า ใครที่เคยอ่านในเวอร์ชั่นของเหล่าซือคนอื่นแล้ว ก็ลองเปลี่ยนบรรยากาศดูมั่งนะจ๊ะ

ติดตาม 3 ตัวชวนงง 会, 能 และ 可以 ในโพสนี้กะสุ่ยหลินค่าา^^

เทคนิคพิชิตข้อสอบฟัง HSK 3 !! (听力部分)

การข้อสอบ HSK ระดับ 3 เนี่ย จะแบ่งออกเป็น 3 ส่วนนะคะ^^ คือส่วนของการฟัง ส่วนการอ่าน แล้วสุดท้ายก็การเขียน จริงๆ แล้วเรื่องการสอบฟัง หลายคนบอก เห้ยยย!!…ยากอ่ะ ! ฟังไม่ทันอ่ะ! ใครจะไปตอบได้ ชั้นขอบายยย TT

แต่สุ่ยหลินอยากให้ดูตรงนี้จิ๊ดนึงว่า หากว่าเราตั้งสติดีๆ มีเทคนิคในการฟัง มันไม่ยากเกินมือเราหรอกค่ะ ดังนั้น อย่าเพิ่งท้อๆ เรามาฝึกเทคนิคการฟังดีๆ เพื่อให้ได้ HSK ได้คะแนนสูงๆ กันดีกว่าเนอะะ วันนี้สุ่ยหลินจะชำแหละ อึ๋ยยยย!! จะแถลงทีละส่วนให้ฟังกันจ้าา

ติดตามได้ค่าาา

ภาษาอังกฤษใช้ Tense บอกเหตุการณ์ก่อนหลัง แล้วภาษาจีนใช้อะไร???

以后, 然后 และ 后来

สวัสดีค่ะแฟนเพจที่น่ารักของสุ่ยหลิน^^ เวลาเราจะเล่าว่าเหตุการณ์อะไร เล่าว่าเหตุการณ์อะไรเกิดก่อน เหตุการณ์อะไรเกิดหลัง ภาษาอังกฤษพอจะมี Tense มาช่วยบอก แล้วภาษาจีนล่ะ เค้าใช้บอกกันยังไง??

ว่ากันตามตรงแล้วจะเล่าลำดับเหตุการณ์ก่อนหลังในภาษาจีนนั้น ก็ไม่ต่างอะไรกับภาษาไทยเลยนะ  เราพูดภาษาไทยเองเราก็เพิ่มเติมคำบอกลำดับก่อนหลังเข้ามา เช่น “หลังจากนั้น”  “ภายหลัง” หรือ “ตอนหลัง” ภาษาจีนก็เหมือนกันเด๊ะๆ เลย ไม่ยากเลยใช่ไหมเอ่ย ติดตามแบบละเอียดกันต่อเลยค่าา

เรื่องของ 定语 ส่วนขยายคำนาม ดราม่าเอยจงซับซ้อนขึ้น ตอน 1

定语 and 的

สวัสดีค่ะแฟนเพจที่น่ารักของสุ่ยหลินทุกคนคะ^^ ได้เวลาห่างหายจากโพสไวยากรณ์ไปตั้งนาน ได้เวลากลับมาเรียนไวยากรณ์กันแล้วนะจ๊ะ โพสนี้ของสุ่ยหลินอยากจะพูดถึง 1 ในส่วนประกอบของไวยากรณ์ที่สำคัญที่สุดอย่างนึงในภาษาจีน สิ่งนั้นก็ 定语 [dìngyǔ] ส่วนขยายคำนามค่าาาา

ส่วนขยายคำนามคืออะไร?? มา มา เดวสุ่ยหลินจะอธิบายให้ฟังจ๊ะ มาติดตามว่าต้องใช้ยังไง? แล้ววางตำแหน่งไว้ไหนของประโยค?? ได้ในโพสนี้กับสุ่ยหลินค่าา

สุ่ยหลินพูดเลยว่าหนึ่งในความยากของภาษาจีนเรื่องนึงก็คือ 定语 นี่เลยจ๊ะ เพราะถ้าเราอยากจะรายละเอียดของคำนามที่ตามหลังมา เช่น เป็นของใคร สีอะไร จำนวนเท่าไหร่ คุณสมบัติ (เช่น สี วัสดุ) เป็นยังไง  ก็ต้องใช้ 定语 [dìngyǔ] เค้าหล่ะ ยิ่งละเอียดมากส่วนขยายที่ว่าก็ยิ่งยาวมาก แต่มันก็เป็นสิ่งเราควรรู้ไว้ ถึงแม้ว่าเราจะเรียงไม่ถูก แต่อย่างน้อยก็ให้รู้ไว้ว่าไอ้ที่ยาวๆ เป็นวาในหน้าหนังสือหรือในหน้าข้อสอบส่วนไหนคือส่วนขยาย? และคำไหนกันแน่ที่คำนามแท้ของประโยค??

ซึ่งถ้าเราแยกออกแล้วล่ะก็ อย่างน้อยก็พอจะรู้แล้วหล่ะว่าใครเป็นประธาน ใครเป็นกรรม (ถ้าแยกไม่ออก ก็จงรู้เถอะว่าเรานี่แหละกรรม!!) เพราะบางทีส่วนขยายเราอ่านไม่ออก หรือไม่รู้จักศัพท์ก็ยังพอจะเดาเรื่องได้หากเรารู้ว่าคำนามแท้ๆ ของประโยคอยู่ตรงไหน ข้อดีมันอยู่ตรงนี้นี่เอง!!!

Popular Posts

My Favorites

สวยแบบเอเชีย สวยแบบฝรั่ง??!!

สวัสดีค่าแฟนเพจที่น่ารักของสุ่ยหลินทุกคนคะ^^ เรียนกันมาหลายโพสแระโพสนี้มาพักเบรคกันด้วยเรื่องเบาๆ กันดีกว่า เคยสังเกตกันมั่งป่าวจ๊ะว่าคนเอเชียเหมือนๆ กัน แต่นิยามคำว่า "ความสวยในอุดมคติ" ของเอเชียกับฝรั่งนิต่างกันลิบโลกกกกเรยนะ ถ้านึกที่สุ่ยหลินพูดไม่ออกลองเปรียบเทียบลูซี่ หลิว Lucy Liu 刘玉玲 กับฟ่าน ปิงปิง...