地 (ซีรีย์สามเกลอ 的, 地 และ 得)

มาต่อกับสามเกลอตัวที่สองนะคะ ตัวนี้มีชื่อว่า 地 [de] เหมือนเพื่อนเก๊านั่นแหละ เรามาดูกันค่าา ว่า 地 ตัวนี้ทำอะไรเป็นบ้างเนาะ^^

ภารกิจสำคัญของ 地 ก็คือ อธิบายวิธีการ, สถานการณ์หรืออารมณ์ของกริยาที่ตามหลัง 地 นั่นเองค่ะ

โดยคำที่อยู่ข้างหน้า 地 สามารถเป็น adverb หรือ adjective ก็ได้ค่ะ

สำมะคันน** ดาวสองดวง 地 ตัวนี้มีความสามารถพิเศษ เพราะตัวเองสามารถบังคับขู่เข็ญคำคุณศัพท์ (adjective) ที่อยู่ข้างหน้า 地 ให้กลายเป็นคำที่ทำหน้าที่เหมือนเป็นคำวิเศษณ์ (adverb) ได้ด้วยนะ (เราอาจจะกล่าวได้ว่าเหมือนกับ adjective + 地 (de) = adverb ก็ได้ค่ะ) แปลเป็นไทยก็เหมือนเติม “อย่าง” เข้าไปให้คำคุณศัพท์นั่นเอง

的 (ซีรีย์สามเกลอ 的, 地 และ 得)

的 HSK 3

ถ้าพูดถึงโครงสร้างแกรมม่าภาษาจีนที่สุดแสนจะเบสิค เจอบ่อยยังกะเซเว่น ยังไงยังงั้น ก็คงจะต้องยกตำแหน่งให้ 的 เค้าล่ะ

โครงสร้างก็คือ ส่วนขยาย + 的 + คำนาม

ส่วนขยายที่ว่าคือขยายคำนามที่อยู่ข้างหลัง 的 คำถามคือส่วนขยายที่ว่าเป็นอะไรได้บ้างล่ะ

คำตอบก็คือเป็นได้ 3 อย่างค่ะ เรามาดูกันนะ

ชั้นสวยกว่าหล่อน!!! (ประโยคเปรียบเทียบ 比และ 没有 – HSK 3)

比และ 没有
ประโยคเปรียบเทียบ 比และ 没有 – HSK 3

ในภาษาจีนเนี่ย ก็มีประโยคเปรียบเทียบเหมือนกันนะคะ เหมือนกับภาษาไทยเวลาเราจะเปรียบอะไรกับอะไรว่าดีกว่า สวยกว่า หรือถูกกว่า ประโยคแบบนี้ภาษาจีนเค้าเรียกว่า 比较句 [bǐjiào jù] หรือประโยคเปรียบเทียบนั่นเองงงงง

วันนี้เรามารู้จัก 比较句 กันดีกว่า เพราะเวลาจะบอกว่าชั้นเริ่ดกว่าเธอวว์เราจะได้พูดได้ ….หรือจะบอกว่าแฟนเค้าหล่อกว่าแฟนชั้น ก็จะได้พูดได้ด้วย เป็นงั้นไป แป่ว TT

ติดตามจ้า

是…的 [shì…de] เห็นว่าง่ายๆ แต่ไหงงงทู๊กที!!! (HSK 3)

是....的 HSK

วันนี้สุ่ยหลินพามารู้จักกับ 是…的 กันค่ะ ซึ่งทั้งสองตัวคือ 是 [shì] และ 的 [de] ทุกคนคงรู้จักกันเป็นอย่างดีใช่ไหมคะ เพราะติดโผอยู่ในลิสต์อักษรจีนใช้บ่อยกับเขาด้วยนา แถมยังแอบแจมในข้อสอบ HSK 3 อีกด้วย

แต่ถึงแม้ว่าเราจะรู้จักดี แต่พอมาเป็นโครงสร้าง 是…的 ทีไรเราเป็นต้องงงทู๊กที เพราะไวยากรณ์ตัวเนี้ยไม่เหมือนภาษาไทย แต่ปรากฏว่าคนจีนใช้บ่อยมว๊ากก และเป็นส่วนหนึ่งของข้อสอบ HSK 3 ที่สอบเรื่องเนี้ยประจำด้วยล่ะ

ว่าแล้วอย่ารอช้า มารู้จักโครงสร้าง 是…的 ในวันนี้กันดีกว่าาาาา^^ (ต้องอ่านแบบเอคโค่นะ ถึงจะได้ใจจจจ)

จะเรียงลำดับประโยค ภาษาจีน ยังไงให้ถูก !?!?

โครงสร้างประโยค ภาษาจีน

เวลาเราเริ่มเรียนภาษาที่ 2 หรือ 3 ใหม่ๆ สุ่ยหลินว่าไม่ว่าจะเป็นภาษาอะไรก็ตามรวมถึงภาษาจีนด้วย ก็จะเจอกับปัญหาเรื่องการเรียงประโยคทั้งนั้นเลยนะสุ่ยหลินว่า อย่างภาษาไทยเราพูดว่า “ชั้นกินข้าว” ก็มีบางภาษาอื่นๆ ในโลกบอกว่า “ชั้นข้าวกิน” หรือพูดว่า “ข้าวกินชั้น”  เห้ยยยยย!!!… แต่มีจริงๆนะจะบอกให้

ภาษาจีนก็มีปัญหาเรื่องการเรียงประโยคเหมือนกัน คนต่างชาติเวลาเรียนภาษาจีนใหม่ๆก็มีบ้างที่จะงงกะการเรียงประโยค และเพราะอย่างงี้นี่เอง ในข้อสอบ HSK ถึงกับมี part นึงเลยทีเดียวเชียวที่ทดสอบความสามารถในการเรียงประโยคให้ถูกต้อง ซึ่งหากเราเรียงประโยคได้ถูกต้อง จะมีประโยชน์ม๊ากมากๆเวลาสื่อสารกะคนจีน เพราะเค้าจะเข้าใจเราอย่างแจ่มแจ้ง ว่าเราต้องการอาไรน้าาา…

งั้นวันนี้มารู้จักการเรียงประโยคภาษาจีนอย่างถูกต้มม..เอ้ย ถูกต้องดีกว่า สุ่ยหลินกระซิบจิ๊ดนึงเลยว่า ใครที่เริ่มจะท้อ บอกเรยว่าอย่าเพิ่งน้า เพราะของจีนกะของไทยเรียงใกล้เคียงกันมากแว้วววว มีข้อแตกต่างปลีกย่อยเท่านั้นจ้าาา

ติดตามค่าา

เทคนิคพิชิตข้อสอบอ่าน HSK 3 !! (阅读部分)

คราวที่แล้วสุ่ยหลินคุยเรื่องเทคนิคพิชิตข้อสอบฟัง HSK 3 !! (听力部分) ไปแล้วนะคะ ใครยังไม่ได้อ่านคลิกลิงค์ได้เรยนะ

และแล้วเราก็มาถึง part ต่อไป นั่นคือ part การอ่าน  (阅读部分) part นี้จะว่ายากก็ไม่เชิง จะว่าง่ายก็มิใช่ แล้วมันคืออาไลหว่าาา!! 哈哈哈。。。

สุ่ยหลินขอสรุปว่าไม่มีอะไรยากเกินความสามารถของเราหรอกค่า ถ้าเราจะทำซะอย่างอ่ะนะ เพราะถ้าเราไม่อยากทำ แค่เดินไปซื้อข้าวหน้าปากซอยยังไม่อยากเดินเล้ย เชื่อสุ่ยหลินเห๊อะ! (เพราะเป็นมาหมดแล้วอ่ะดิ)

วันนี้มาติดตามเทคนิคทำข้อสอบอ่านให้ได้คะแนนดีๆ ดีกว่าเนอะ เรียกว่าเค้าจะชำแหละทุกส่วนๆๆ เล้ยย

เทคนิคพิชิตข้อสอบฟัง HSK 3 !! (听力部分)

การข้อสอบ HSK ระดับ 3 เนี่ย จะแบ่งออกเป็น 3 ส่วนนะคะ^^ คือส่วนของการฟัง ส่วนการอ่าน แล้วสุดท้ายก็การเขียน จริงๆ แล้วเรื่องการสอบฟัง หลายคนบอก เห้ยยย!!…ยากอ่ะ ! ฟังไม่ทันอ่ะ! ใครจะไปตอบได้ ชั้นขอบายยย TT

แต่สุ่ยหลินอยากให้ดูตรงนี้จิ๊ดนึงว่า หากว่าเราตั้งสติดีๆ มีเทคนิคในการฟัง มันไม่ยากเกินมือเราหรอกค่ะ ดังนั้น อย่าเพิ่งท้อๆ เรามาฝึกเทคนิคการฟังดีๆ เพื่อให้ได้ HSK ได้คะแนนสูงๆ กันดีกว่าเนอะะ วันนี้สุ่ยหลินจะชำแหละ อึ๋ยยยย!! จะแถลงทีละส่วนให้ฟังกันจ้าา

ติดตามได้ค่าาา

HSK??? ทำไมต้องสอบอ่ะ!! สอบเพื่ออารายยย??

HSK 汉语水平考试

สุ่ยหลินว่าเราหลายคนที่เรียนภาษาจีน ที่สุดแล้วก็คงต้องมีเป้าหมาย เช่น อยากเอนท์มหาลัยอักษรศาสตร์เอกจีน อยากเป็นล่าม อยากไปเรียนต่อเมืองจีน อยากชิงทุน อยากพูดภาษาจีนได้ อยากทำงานที่ต้องใช้ภาษาจีน ฯลฯ

แต่ทั้งนี้ก่อนที่เราจะไปถึงเป้าหมายนั้น ก็คงต้องมีการวัดระดับความรู้ภาษาจีนของเราก่อน เพราะไม่งั้นเราจะบอกกับมหาลัยหรือบริษัทว่า เห้ยย! ภาษาจีนชั้นอ่ะดี คำถามคือที่ว่าดี ดีแค่ไหน? ระดับความดีของแต่ละคนมันไม่เท่ากัน (ฟังแล้วคุ้นๆ เหมือนความสวยป่าวคะ? เราว่าเราสวยสุดในซอยล่ะ ข้างบ้านบอกว่าอย่างงี้บ้านเค้าเรียก สวยที่ท้ายซอยตังหาก!!) ดังนั้น จึงต้องมีมาตรฐานกลางเพื่อวัดความสามารถด้านภาษาจีนขึ้นมา แล้วใช้ไปทั่วโลก

ทำไม 点,刻 และ 分 ถูกใช้ใน การบอกเวลาในภาษาจีน ล่ะ?

การบอกเวลาในภาษาจีน

ในบทเรียนแรกๆ ของภาษาจีนตั้งแต่เริ่มต้นเลย เราต้องเรียนเรื่อง การบอกเวลาในภาษาจีน ใช่ป่าวคะ เหล่าซือก็สอนให้เรารู้จักคำว่า 点 , 刻, 分 ซึ่งเป็นหน่วยในการบอกเวลา เราเองก็ตั้งหน้าตั้งตาท่องกันไป แต่ไม่รู้หรอกว่าทำไมเราต้องเรียกว่า 点 , 刻, 分 นะ?

วันนี้สุ่ยหลินมีที่มาของคำพวกนี้มาเล่าให้ฟังค่า เราจะได้จำอย่างมีหลักการ จำอย่างมีที่มา ที่สำคัญจำได้แม่นขึ้นด้วยน้าาา อ่านแล้วทุกคนต้องร้อง เห้..หนักมาก เอ้ยไม่ใช่ร้อง เฮ้ย..หนักมาก ว่ามันง่ายขนาดนี้เลยเหรอ!

得 คืออะไรกานพี่น้อง?? ตอนที่ 2: 得+上 (ขึ้น) หรือ 下 (ลง)

ก่อนอื่นสุ่ยหลินขอขอบคุณมากค่า สำหรับยอด Like และ View ที่ล้นหลามสำหรับตอนที่ 1 ที่เล่าเรื่อง 得(de)(เตอะ) ไปค่า ดีใจจุงที่โพสมีประโยชน์กะคนหมู่มาก สุ่ยหลินกรุยทางไว้เป็นอบต.นะรู้ป่าว!

มาต่อตอนที่สองกันค่ะ ขอทบทวนนิดนุงนะ จากที่อ่านตอนแรกกันไปแล้ว
得 มีวิธีการใช้คือ กริยา + 得 + ความเป็นไปได้ของกริยา
หากว่าเราจะใช้ในรูปปฏิเสธ ก็ใช้ 不 แทนที่ 得 นะจ๊ะ

Popular Posts

My Favorites

หมู่สัตว์มงคล บนหลังคาพระราชวังต้องห้าม มีไว้ทำไมนะ??

สวัสดีค่าแฟนเพจที่น่ารักของสุ่ยหลินทุกคน^^ มาเบรคเรื่องเรียนด้วยเรื่องเบาๆ กันมั่งเนอะ ก่อนอื่นต้องเล่าก่อนว่าสุ่ยหลินเนี่ย (กล้า) เคลมตัวเองว่าเป็นอีกคนนึงที่ชอบประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมมากๆ เลยค่า ^___^ แต่ความรู้ยังไม่มากเท่าไหร่นะ? ต้องหมั่นศึกษาทำความเข้าใจเรื่องประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมอันยาวนานของจีนต่อไป เพราะเค้าสั่งสมมาเป็นพันๆ ปีอ่ะเนอะ...