รู้จัก 不 อีก 8 กระบวนท่าที่รับรองว่าหลายคนไม่คุ้นเคย

6943
SHARE

สวัสดีค่ะแฟนเพจที่น่ารักของสุ่ยหลิน^^ 不 ถือว่าเป็นอีกคำหนึ่งเลยค่ะที่เราเจอกันบ่อยๆ มากๆ แทบจะเรียกได้ว่าเป็นตัวอักษรจีนตัวแรกๆ ที่คนเรียนภาษาจีนต้องรู้จักเลยนะคะ ถ้าพูดกันตามไวยากรณ์แล้วตัวอักษร 不 เป็นคำวิเศษณ์(副词)ที่เมื่อเอาไปวางหน้าคำคุณศัพท์ คำกริยา ก็ที่ทำหน้าที่ปฏิเสธคำๆ นั้นค่ะ ถือว่าเป็นพี่น้องกับ 没 ซึ่งทำหน้าที่ปฏิเสธได้เช่นกัน แต่ว่าความหมายและวิธีการใช้แตกต่างกันอยู่ ไม่เหมือนกัน 100% ทำเอาหลายคนมีงง

แต่มาครั้งนี้ สุ่ยหลินจะเอาการใช้ 不 ในรูปแบบอื่นที่เราอาจจะไม่คุ้นเคย มาเล่าเป็นตัวอักษรให้แฟนเพจอ่านค่ะ รับรองได้ว่าแปลกไปจากที่เคย แต่น่าสนใจมากๆ และที่สำคัญเอาไปใช้ในชีวิตประจำวันเกร๋ๆ ได้เลยค่ะ ติดตามค่ะ

ป.ล.1 ใครอยากรู้เพิ่มเติม เรื่องความแตกต่างของ 不 และ 没 อ่านต่อที่นี่เลยค่ะ ซีรีย์คำเหมื๊อนเหมือน ตอน สองศรีพี่น้อง 不 [bù] และ 没 [méi] ต่างกันยังไง??

ป.ล.2 สุ่ยหลินเคย LIVE เรื่องโครงสร้าง 爱 A 不 A ไปแล้ว แฟนเพจอยากให้มีการรวบรวมโพสแบบนี้อีก สุ่ยหลินจัดให้ในโพสนี้นะคะ ใครอยากดูว่าสุ่ยหลินอธิบายโครงสร้างนี้แบบง่ายๆ ยังไงคลิก ที่นี่ เลยค่ะ

งั้นเรามาเข้าเรื่องกันเลยนะคะ

โครงสร้างการใช้ 不 ที่เราเจอบ่อยๆ ก็คือ
+ 动词/形容词 (คำกริยา/คำคุณศัพท์)

เช่น 是学生 ไม่ใช่นักเรียน / 吃肉 ไม่กินเนื้อ / 会说汉语 พูดภาษาจีนกลางไม่ได้ / ไม่ใหญ่ / 太好 ไม่ค่อยดี / 认真工作 ไม่ตั้งใจทำงาน / 想见你 ไม่อยากเจอคุณ / 愿意麻烦别人 ไม่อยากรบกวนคนอื่น

พวกนี้ถือว่าเป็นการใช้ ที่พวกเราคุ้นเคยเป็นอย่างดี

คราวนี้เรามารู้จักการใช้ ในรูปแบบอื่นที่เราอาจจะไม่คุ้นเคยเท่าข้างบนอีก 8 รูปแบบนะคะ

1. รูปแบบ  A B

โครงสร้างนี้มีความหมายได้ถึง 4 ความหมายเลย มาดูกันทีละแบบนะคะ

1.1) A และ B เป็นคำคุณศัพท์พยางค์เดียวที่เป็นคู่ตรงข้ามกัน

แปลว่าพอดิบพอดี เหมาะสม พอเหมาะพอเจาะ

这件衣服,正合适。
Zhè jiàn yīfu bù dà bù xiǎo, zhèng héshì.
เสื้อผ้าชุดนี้ไม่เล็กไม่ใหญ่ กำลังเหมาะ

今天天气,正好。
Jīntiān tiānqì bù rè bù lěng, zhènghǎo.
อากาศวันนี้ไม่ร้อนไม่หนาว กำลังดี

我喜欢的女生。
Wǒ xǐhuan bù pàng bù shòu de nǚshēng.
ฉันชอบผู้หญิงที่ไม่อ้วนไม่ผอม (หุ่นกำลังดี)

1.2) A และ B เป็นคำพยางค์เดียวที่เป็นคำนามหรือคำคุณศัพท์ที่ความหมายตรงข้าม รวมถึงตัวเลข

จะคล้ายๆกับ 1.1 แต่สื่อความหมายคนละอย่าง แบบนี้สื่อว่า ไม่พอใจ ไม่ชอบใจ ครึ่งๆ กลางๆ

他头发长,胡子也长,把自己弄得的。
Tā tóufa cháng, húzi yě cháng, bǎ zìjǐ nòng de bù nán bù nǚ de.
เขาผมยาวและเคราก็ยาว ทำให้เขาดูไม่เป็นผู้ชายไม่เป็นผู้หญิง (ดูเหมือนเป็นผู้ชายก็ไม่ใช่ ผู้หญิงก็ไม่เชิง)

什么花儿到我手里,不几天变得的。
Shénme huā’ér dào wǒ shǒu lǐ, bù jǐ tiān biàn dé bù sǐ bù huó de.
ดอกไม้อะไรก็ตามพอมาถึงมือฉัน ไม่กี่วันกลายเป็นครึ่งเป็นครึ่งตาย (จะตายมิตายแหล่)

千万不要跟那些的人大交通。
Qiānwàn bùyào gēn nàxiē bùsānbùsì de rén dà jiāotōng.
อย่าไปคบค้าติดต่อกับคนไม่เป็นโล้เป็นพายอย่างนี้เด็ดขาด (ในที่นี้ไม่ได้แปลว่าไม่ 3 ไม่ 4 นะ แต่จะหมายถึงครึ่งๆ กลางๆ ไม่เอาไหน)

1.3) A และ B มีความเกี่ยวข้องแบบเป็นเหตุเป็นผลกัน

ความหมายจะเหมือนประโยคเงื่อนไขที่ว่า 如果/要是不 + เงื่อนไข (ที่หากไม่ทำ) , 就不 + ผลลัพธ์(ที่จะไม่เกิดขึ้น)
แปลว่าถ้าหากไม่เป็นไปตาม A ก็จะไม่เกิด B

知道,越试越想要。
Bù shì bù zhīdào, yuè shì yuè xiǎng yào.
ไม่ลองไม่รู้ ยิ่งลองยิ่งอยากได้

好吃要钱
Bù hǎochī bùyào qián!
ไม่อร่อยไม่คิดตังค์

成器; 人知义
Yù bù zuó, bù chéng qì; rén bù xué, bù zhī yì
หยกไม่เจียระไน ไม่มีคุณค่า คนไม่ร่ำเรียน จะไร้ซึ่งเหตุผลและหลักการ
อธิบาย :หยกไม่สามารถเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ ไม่มีคุณค่า ถ้าไม่เจียระไน (ก็เป็นแค่หินก้อนหนึ่ง) เช่นเดียวกับคนเรา ถ้าไม่เรียนรู้ก็สามารถเข้าใจความจริงในการทำสิ่งต่างๆ ว่าสิ่งเหล่านั้นชอบธรรมหรือควรทำหรือไม่?

1.4) A และ B แต่เดิมคือคำเดียวกันที่เป็น 2 พยางค์ (และเมื่อแยกแล้วจะมีความหมายใกล้เคียงหรือสอดคล้องกัน) มาแยกเป็น A และ B แล้วเติม ไว้ข้างหน้าของคำทั้งสอง

สื่อความหมายเหมือนว่า 既不…. 又/也不…. = ทั้งไม่…และไม่….

她说的的,我找了半天也没找到那个地方。
Tā shuō de bù qīng bù chǔ de, wǒ zhǎole bàntiān yě méi zhǎodào nàge dìfang.
หล่อนพูดไม่ชัดเจน ฉันหาตั้งนานยังไม่เจอสถานที่นั้นเลย

事情总是要清楚,地算了是不行的。
Shìqíng zǒng shì yào qīngchǔ, bù míng bù bái de suànle shì bùxíng de.
เรื่องราวต้องชัดเจน จะปล่อยไปแบบคลุมเครือนั้นไม่ได้

别看她平时的,关键时刻却能一马当先。
Bié kàn tā píngshí bù yán bù yǔ de, guānjiàn shíkè què néng yīmǎdāngxiān.
อย่ามองว่าปกติหล่อนไม่พูดไม่จา แต่ช่วงเวลาสำคัญหล่อนสามารถเป็นผู้นำได้

 

2. รูปแบบ 不是 A 就是 B

มีความหมายว่า ถ้าไม่ใช่ A ก็ต้องเป็น B เพื่อบอกว่าความเป็นไปได้มีแค่ 2 ทางเลือกจะเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้

晚上,爸爸不是看电视就是看书
Wǎnshàng, bàba bùshì kàn diànshì, jiùshì kànshū.
ตอนกลางคืน พ่อไม่ดูทีวี ก็อ่านหนังสือ

这几天天气不太好,不是刮风就是下雨
Zhè jǐtiān tiānqì bùtàihǎo, bùshì guāfēng jiùshì xiàyǔ.
ช่วงไม่กี่วันนี้อากาศไม่ค่อยดี ถ้าไม่ลมแรงก็ฝนตก

我上班不是开车就是坐轻轨
Wǒ shàngbān bùshì kāichē, jiùshì zuò qīngguǐ.
ฉันไปทำงาน ไม่ขับรถก็นั่งรถไฟฟ้า

 

3. รูปแบบ A B

เป็นการสมมติค่ะว่าหากไม่ทำ A , เหตุการณ์ B ก็จะเกิดขึ้น (要是不 A 就 B)

我中午睡一觉,下午很困
Wǒ zhōngwǔ bù shuì yī jiào, xiàwǔ jiù hěn kùn.
ตอนกลางวันถ้าฉันไม่ได้นอนสักงีบ ตอนบ่ายจะง่วงมาก

,这个问题不能解决
Nǐ bù qù, zhège wèntí jiù bùnéng jiějué.
ถ้าเธอไม่ไป ปัญหานี้ก็แก้ไม่ได้

过了八点,她再,我们不等她了
Guò le bā diǎn, tā zài bu lái, wǒmen jiù bù děng tā le.
ถ้าเลยแปดโมงไปแล้ว หล่อนยังไม่มา พวกเราก็ไม่คอยหล่อนแล้ว

 

4. รูปแบบ A กริยา

โดยที่ A จะเป็นคำคุณศัพท์หรือไม่ก็เป็นกริยาช่วย เป็นรูปประโยคปฏิเสธซ้อนปฏิเสธ ความหมายของประโยคคือเป็นการคอนเฟิร์ม ว่ากริยานั้นเป็นจริง

他说有急事,问我借钱,我给他。
Tā shuō yǒu jíshì, wèn wǒ jiè qián, wǒ bù hǎo bù jiè gěi tā.
เขาว่ามีเรื่องด่วน ขอยืมเงินฉัน ฉันไม่ให้ยืมก็ไม่ได้ (ผลลัพธ์ก็คือให้ยืม)

有时可能别人不在乎你,但你在乎自己。
Yǒushí kěnéng biérén bùzàihū nǐ, dàn nǐ bùnéng bùzàihū zìjǐ.
บางครั้งคนอื่นไม่แคร์เธอ แต่เธอไม่แคร์ตัวเธอเองไม่ได้ (เธอต้องแคร์ตัวเอง)

我为了看电视,完作业。
Wǒ wèile kàn diànshì, bùdébù zuò wán zuòyè.
เพื่อที่จะได้ดูทีวี ฉันไม่ทำการบ้านเสร็จไม่ได้ (ต้องทำการบ้านเสร็จ จึงดูทีวีได้)

 

5. รูปแบบ A A

โดยที่ A คือ คำกริยา
สื่อว่า ตามใจ สบายๆ คือจะทำกริยา A หรือไม่ก็ตามใจได้ทั้งนั้น (คนพูดอาจจะมีหงุดหงิดใจเล็กน้อยถึงปานกลาง)

这个价格已经很便宜了,你
Zhège jiàgé yǐjīng hěn piányi le, nǐ ài mǎi bú mǎi.
ราคานี้ถูกแล้ว ไม่ซื้อก็ตามใจ

我说的都是真的,你
Wǒ shuō de dōu shì zhēn de, nǐ ài xìn bùxìn.
ฉันพูดล้วนแต่เป็นเรื่องจริง ไม่เชื่อก็ตามใจ

A: 怎么还是方便面啊?
B: 冰箱里没有什么吃的了,只有这个,你
A: Zěnme háishì fāngbiànmiàn a?
B: Bīngxiānglǐ méiyǒu shénme chīde le, zhǐyǒu zhège, nǐ ài chī bù chī.
A: ทำไมถึงเป็น (แค่) มาม่าล่ะ?
B: ไม่มีของกินในตู้เย็นแล้ว มีแค่นี้แหละ ไม่กินก็ตามใจ

 

6. รูปแบบ 什么 A A

โดยที่ A เป็นได้ทั้งกริยาและคุณศัพท์ สื่อถึงว่าไม่มีปัญหา ไม่แคร์ มักใช้ตอบแสดงความคิดเห็นว่าไม่เห็นด้วยกับคู่สนทนา

A: 真的谢谢你!
B: 什么,咱俩谁跟谁呀。
A: Zhēn de xièxie nǐ!
B: Shénme xiè bù xiè de, zánliǎ shéi gēn shéi ya.
A: ขอบคุณเธอจริงๆ!
B: จะมาขอบคุณอะไร พวกเราไม่ใช่คนอื่นคนไกลนะ

A: 我觉得这间房子有点儿小。
B: 什么,能租到这样一个房子就不错了。再说也不贵。
A: Wǒ juédé zhè jiān fángzi yǒudiǎnr xiǎo.
B: Shénme xiǎo bù xiǎo de, néng zū dào zhèyàng yīgè fángzi jiù bùcuò le. Zàishuō yě bù guì.
A: ฉันคิดว่าห้องนี้เล็กไปหน่อย
B: จะเล็กไม่เล็กอะไรก็ช่างเหอะ เช่าห้องอย่างนี้ได้ก็โอแล้ว แถมราคาไม่แพงอีกต่างหาก

 

7. รูปแบบ  + 数量词/疑问代词

ในข้อนี้สื่อถึง จำนวนน้อย เวลาสั้นๆ หรือระดับไม่สูงค่ะ

หมายเหตุ
数量词 [shùliàngcí] คือ จำนวนนับ+ลักษณะนาม เช่น 一本书
疑问代词 [yíwèndàicí] คือ สรรพนามคำถามทั้งหลาย เช่น 什么 ,怎么,谁

ดูตัวอย่างประโยคกันค่ะ

他太累了,躺下一会儿就睡着了。
Tā tài lèi le, tǎng xià bù yīhuǐr jiù shuìzháo le.
เขาเหนื่อยมาก นอนเอนหลังแป๊บเดียวก็หลับแล้ว

你孩子几年长得这么高了。
Nǐ háizi bù jǐnián zhǎng de zhème gāo le.
ลูกเธอไม่กี่ปีตัวสูงขึ้นมากขนาดนี้เลย

我觉得他唱歌怎么好听。
Wǒ juéde tā chànggē bùzěnme hǎotīng.
ฉันคิดว่าเขาร้องเพลงไม่ได้เพราะมากเท่าไหร่

 

8. 不管 + (ประธาน) + กริยา +  + กริยา,都/也 + ผลลัพธ์ (ที่เหมือนเดิม)

แบบนี้สื่อถึงการไม่มีเงื่อนไข คือไม่ว่ากริยานั้นจะมีหรือเกิดขึ้นหรือไม่ ส่วนหลังของประโยคจะเป็นจริงเสมอ (ไม่ขึ้นกับเงื่อนไขของส่วนแรกของประโยค)

ดูตัวอย่างประโยคกันค่ะ

明天不管下雨,我要去。
Míngtiān bùguǎn xià bù xiàyǔ, wǒ dōu yào qù.
พรุ่งนี้ไม่ว่าฝนจะตกหรือไม่ ฉันก็จะไป

不管父母同意同意,我要跟你结婚。
Bùguǎn fùmǔ tóngyì bù tóngyì, wǒ dōu yào gēn nǐ jiéhūn.
ไม่ว่าพ่อแม่จะเห็นด้วยหรือไม่ ฉันก็จะแต่งงานกับคุณ

不管你喜欢喜欢,你一定要努力学习。
Bùguǎn nǐ xǐhuan bù xǐhuan, nǐ yīdìng yào nǔlì xuéxí.
ไม่ว่าเธอจะชอบหรือไม่ก็ตาม เธอก็ต้องตั้งใจเรียน

จบแล้วค่ะ ถึงแม้ว่าโพสนี้จะยาวแต่มีประโยชน์หลาย ถือว่าเป็นการใช้ 不 อีกแนวทางที่หลายคนไม่คุ้นเท่าไหร่ แชร์เก็บไว้นะคะ

สุ่ยหลิน^^

อ่านต่อ

หนังสือภาษาจีนของสุ่ยหลิน

4 คำเชื่อมสันธาน (连词) ที่เจอบ่อยสุดๆใน HSK4

4 คำเชื่อมสันธาน (连词) ที่เจอบ่อยสุดๆ HSK4 ตอน 2

7 คำเชื่อมสันธาน (连词) ที่เจอบ่อยสุดๆ (HSK3)