เมื่อ-什么-ไม่ได้เป็นคำถาม

สวัสดีค่ะแฟนเพจของสุ่ยหลิน^^ พวกเราหลายคนน่าจะเคยเรียน 什么 [shénme] กันมาแล้วนะคะ คำนี้แปลว่า “อะไร” อย่างเช่น ปัญหาโลกแตกของคนมีแฟนทุกคู่คือ 今天吃什么? [Jīntiān chī shénme?] วันนี้จะกินอะไร? คำตอบคืออะไรก็ได้ แต่สั่งอะไรมาหรือทำอะไรมาไม่ชอบกินสักอย่าง หรือพอไปกินร้านเดิมก็บอกว่าเบื่อ กินบ่อยแล้ว ก็กลับมาคำถามเดิมอีกล่ะ 今天吃什么?วันนี้จะกินอะไร? ฮ่วย!

ก่อนที่เราจะออกทะเลไปไกลค่ะ อิ อิ สุ่ยหลินกำลังจะบอกว่าคำว่า 什么 ส่วนใหญ่ที่เราเจอคือเป็นประโยคคำถาม  แต่วันนี้สุ่ยหลินจะนำเสนออีกแง่มุมหนึ่งของการเรียน 什么 ที่ไม่ได้เป็นคำถาม!

มีด้วยเหรอ ?

มีค่ะ ติดตามเรื่องของ 什么 ที่ไม่ใช่คำถาม? ได้ในโพสนี้กับสุ่ยหลินเลยค่ะ

 

什么 ถ้าทางไวยากรณ์เขาเรียกสรรพนามคำถาม แปลว่า “อะไร” แต่ก็ไม่จำเป็นว่าทุกประโยคที่มี 什么 ต้องเป็นคำถามเสมอไปนะคะ มารู้จัก 7 วิธีใช้ 什么 ที่ไม่ได้เป็นคำถามกันเลยค่ะ

1. ใช้ 什么 เพื่อบอกถึงการ “ไม่มีขอบเขต”

什么 ในที่นี้คือไม่มีขอบเขต จะเป็นอะไร สิ่งไหนก็ได้ ครอบจักรวาล

你要我做什么都行。
Nǐ yào wǒ zuò shénme dōu xíng.
เธอต้องการให้ฉันทำอะไรก็ได้ทั้งนั้น

什么东西也不想吃。
Wǒ shénme dōngxi yě bùxiǎng chī.
ของอะไรฉันก็ไม่อยากกิน

 

2. ใช้ 什么 แทนสิ่งที่ไม่ระบุเฉพาะเจาะจง

什么 ในที่นี้คือไม่ระบุเจาะจง ขึ้นกับบริบทตรงนั้นว่าคนพูดต้องการให้ 什么 เป็นอะไร พูดแบบนี้ดูเข้าใจยาก แต่อ่านตัวอย่างจะเข้าใจมากขึ้นค่ะ เพราะภาษาไทยก็ใช้แบบนี้เหมือนกัน

你说点儿什么吧。
Nǐ shuō diǎnr shénme ba.
เธอพูดอะไรหน่อยสิ
(ใจความคือให้เธอพูดหน่อย เช่น อย่าปล่อยให้บรรยากาศมันมาคุแบบนี้)

我们去超市买点儿什么吃的吧。
Wǒmen qù chāoshì mǎi diǎnr shénme chī de ba.
พวกเราไปซุปเปอร์มาร์เก็ตซื้ออะไรมากินกันหน่อยเถอะ (ใจความจริงๆ คือชวนไปซุปเปอร์มาร์เก็ต -แค่ว่าตอนพูดยังไม่รู้ว่าจะซื้ออะไร คือไปก่อนแล้วค่อยว่ากัน )

 

3. ใช้ 什么 ซ้ำกัน 2 คำในประโยคเดียวกัน

กรณีนี้ 什么ข้างหน้ากับข้างหลังคือสิ่งเดียวกัน เป็นการเบิ้ลคำค่ะ แบบนี้ภาษาไทยก็ใช้ ไม่ยากๆ

什么便宜买什么
Shénme piányi mǎi shénme.
อะไรราคาถูกซื้ออันนั้น (เอาถูกไว้ก่อน)

你想说什么就说什么
Nǐ xiǎng shuō shénme jiù shuō shénme.
เธอต้องการพูดอะไร ก็พูดอย่างนั้นแหละ (อยากพูดอะไรก็พูดตามใจเลย)

 

4. ใช้ 什么 เมื่อมีการยกตัวอย่าง

เมื่อมีการยกตัวอย่างหลายๆ ตัวอย่าง แบบนึกไปพูดไป ตอนที่ยังคิดไม่ออกก็พูดว่า 什么 หรือภาษาไทยคือ อะไรน้า….. นั่นเองค่ะ

这班学生有从湖南、湖北来的,还有什么四川的、武汉的。
Zhè bān xuésheng yǒu cóng Húnán, Húběi lái de, háiyǒu shénme Sìchuān de, Wǔhàn de.
ชั้นเรียนนี้มีนักเรียนจากหูหนาน หูเป่ย ยังมีอะไรน้า… เสฉวน หวู่ฮั่น

** 什么 อาจมีการลากเสียงยาวหรือไม่ก็หยุดเว้นช่วงก่อนพูดคำอื่นต่อ เพราะกำลังนึกคำที่จะพูดต่อ อารมณ์นึกไม่ออกเอา 什么 มาคั่นไว้

 

5. ใช้ 什么 ในประโยคปฏิเสธหรือประโยคย้อนถาม

เพื่อแสดงอารมณ์ไม่พอใจ หรือไม่เห็นด้วยอย่างสิ้นเชิง

这是什么饭?
Zhè shì shénme fàn?
นี่มันข้าวอะไรเนี่ย?
(แสดงอารมณ์ไม่พอใจว่าข้าวไม่อร่อยไม่น่ากิน กินไม่ลง แหลกไม่ล่าย)

他本来就不是什么好人。
Tā běnlái jiù bùshì shénme hǎorén.
เขาแต่ไหนแต่ไรก็ไม่ได้เป็นคนดีเด่อะไร (เป็นคนไม่ดี)

 

6. ใช้ 什么 แสดงความไม่เห็นด้วยกับคู่สนทนา

ใช้ในกรณีที่มีบทสนทนา แล้วเอาคำพูดของคู่สนทนามาพูด การเติม 什么 แสดงความไม่เห็นด้วยที่คู่สนทนาทำอย่างนั้น ด้วยเหตุผลอะไรบางอย่าง

A: 我再看看衣服吧?
Wǒ zài kànkan yīfu ba?
ขอฉันดูเสื้อผ้าหน่อยนะ
B: 还看什么衣服呀!
Hái kàn shénme yīfu ya!
ยังจะดูเสื้อผ้าอะไรอีก (ที่ซื้อไปคราวก่อนยังไม่ได้ใส่เลย เต็มตู้!!)

A: 咱们吃完饭再走吧。
Zánmen chīwán fàn zài zǒu ba.
พวกเรากินเสร็จแล้วค่อยไปเถอะ
B: 还吃什么饭呀!
Hái chī shénme fàn ya!
ยังจะกินอะไรกันอีก (จะไม่ทันแล้ว ต้องไปเดี๋ยวนี้!!)

 

7.  ใช้ 什么 สำหรับการพูดอ้อมๆ

เติม 什么 ในประโยค เพื่อสื่อถึงการพูดอ้อมๆ เพื่อให้ประโยคดูไม่ขวานผ่าซาก หรือดูตัดรอนเกินไป ดูถนอมน้ำใจคนฟังหน่อยหนึ่ง

我现在没有什么时间帮助你。
Wǒ xiànzài méiyǒu shénme shíjiān bāngzhù nǐ.
ตอนนี้ฉันไม่มีเวลาเท่าไหร่ที่จะช่วยเธอ
(เป็นการพูดอ้อมๆ ดูนุ่มนวลกว่า 我现在没有时间帮助你。ประโยคนี้คือแปลว่าฉันไม่มีเวลาจะช่วย)

他每天没有什么事情干。
Tā měitiān méiyǒu shénme shìqíng gàn.
เขาวันๆ ไม่ได้ทำอะไรเท่าไหร่หรอก
(เป็นการพูดอ้อมๆ ดูนุ่มนวลกว่า 他每天没有事情干。ประโยคนี้แปลว่าวันๆ เขาไม่มีอะไรทำ โคตรว่าง!)

 

จบแล้วค่ะ สุ่ยหลินหวังว่าโพสนี้จะช่วยต่อยอดแฟนเพจในการใช้งานเรื่อง 什么 ในแง่มุมที่ใม่ใช่คำถามนะคะ ใช้แบบในโพสนี้ก็ได้นะ พูดถึงเรื่องไวยากรณ์หลายคนร้องยี้! ไม่อยากเรียน สุ่ยหลินเองก็เคยเป็น 1 ในนั้น แต่ไวยากรณ์เป็นเรื่องที่เราไม่เรียนไม่ได้ เพราะไม่งั้นเราจะไม่มีหลักให้จับ เราเป็นคนต่างชาติที่กำลังเรียนภาษาต่างชาติ เซนส์ของภาษาบางครั้งเราไม่มี เราถึงต้องเรียนไวยากรณ์เป็นหลักให้จับด้วย แต่เรียนไวยากรณ์สุ่ยหลินแนะนำว่า “ไม่ต้องท่อง” (ยกเว้นต้องสอบ)  แต่ให้อ่านให้เข้าใจว่าอ้อ! มันเป็นแบบนี้ ก็พอ

ดังนั้น วัตถุประสงค์ของโพสไวยากรณ์สุ่ยหลินก็คือ ต้องเขียนให้ง่าย ต้องเข้าใจง่ายๆ แต่แฟนเพจต้องนำไปใช้ได้จริง ใช้ได้อย่างที่คนจีนพูด ถ้าชอบโพสนี้ก็อย่าลืมบอกให้สุ่ยหลินรู้ด้วยนะคะ จะได้นำปรับปรุงให้โพสไวยากรณ์ของสุ่ยหลิน ให้เป็นที่ 1 ในใจแฟนเพจทุกคนตลอดไปค่ะ อิ อิ

สุ่ยหลิน^^

Please follow and like us: